48 Hrs. IN DRESDEN

×

Error message

  • Notice: Undefined property: view::$exposed_input in views_plugin_display_attachment->attach_to() (line 245 of /var/www/html/sites/all/modules/views/plugins/views_plugin_display_attachment.inc).
  • Notice: Undefined property: view::$exposed_input in views_plugin_display_attachment->attach_to() (line 245 of /var/www/html/sites/all/modules/views/plugins/views_plugin_display_attachment.inc).
48 Hrs. IN DRESDEN
POSTED BY Web admin | Monday, October 30, 2017 - 15:07

       แม้โครงการสร้างสะพาน Waldschlösschen Bridge ข้ามแม่น้ำเอลเบอเป็นเหตุให้เดรสเดน เมืองหลวงของแคว้นแซกโซนี สูญเสียสถานะเมืองมรดกโลกในปี 2006 แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเหล่าอาคารสถาปัตยกรรมแบบบาโรก จากศตวรรษที่ 18 ได้หมดความงดงามลง ทั้งพิพิธภัณฑ์ชื่อดังก้องโลก โรงละครโอเปร่าและโบสถ์ในย่านเมืองเก่าริมฝั่งแม่น้ำ ยังคงรักษาฉายากล่องอัญมณีแห่งยุโรปไว้ได้ สถานะเมืองมรดกโลกในปี 2006 แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเหล่าอาคารสถาปัตยกรรมแบบบาโรกจากศตวรรษที่ 18 ได้หมดความงดงาม อย่างน่าชวนชม ทริปเที่ยวอดีตเมืองที่พำนักของเหล่าราชวงศ์เก่าแก่ของเยอรมนีใน 48 ชั่วโมง จึงเริ่มขึ้นอย่างไม่รีบเร่งร้อนอารมณ์ 

 

DAY 1

      10.00 am แรกสำรวจเมืองเดรสเดน (Dresden) สองเท้าเดินไปตามถนน Prager Strasse ถนนสายช็อปปิ้งหลักใจกลางเมือง อาคารทรงทันสมัยสองข้างทางเรียงรายทอดยาวด้วยร้านค้าหลากแบรนด์ ทั้งแบรนด์ท้องถิ่นเยอรมันเอง แบรนด์ยุโรปชื่อดังอย่าง MNG, Zara ฯลฯ เดินตรงไปตรงหัวมุมถนน ก็เจอห้าง Altmarkt-Galerie ห้างสรรพสินค้าใหญ่ของเมือง มีร้านค้าให้บริการกว่า 200 ร้าน รวมถึงร้านอาหารและร้านคาเฟ่มากมาย บรรดาวัยรุ่นมักนิยมใช้เป็นที่นัดพบเฮฮา เดินเพลินร่วม 2 ชั่วโมง ได้ช็อปปิ้งปรนเปรอกิเลส สบายใจ

 

     12.30 am ซุ้มขายไส้กรอกเยอรมัน อาหารหยิบง่ายขายคล่องของทั้งชาวเดรสเดนและนักท่องเที่ยวต่างถิ่น กลิ่นหอมโชยเตะจมูก ใครสงสัยว่าทำไมไส้กรอกเยอรมันถึงเลื่องชื่อนัก สั่งฮอตดอกไส้กรอกเยอรมันมาลองเป็นตัวอย่าง ขนมปังหนานุ่มอุ่นร้อนๆ กับไส้กรอกเนื้อเนียนราดซอสมะเขือเทศ เพิ่มรสชาติเผ็ดอีกนิดด้วยมัสตาร์ด ชิ้นโตใช้ได้อิ่มอร่อยแบบไม่หนักท้องมาก

 

        1.00 pm เดินชมย่านเมืองเก่า (Altstadt) ซึมซับบรรยากาศสถาปัตยกรรมแบบบาโรก (Baroque) เริ่มต้นที่ Fürstenzug หรือ Procession of Princes ภาพจิตรกรรมฝาผนังชื่อก้องที่ใหญ่ที่สุดของแคว้นแซกโซนี (Saxony หรือภาษาเยอรมันเรียก ซัคเซิน Sachsen) และใหญ่ที่สุดในโลก ความยาว 102 เมตร ใช้เวลาสร้างนาน 5 ปี ระหว่าง ค.ศ. 1871- 1876 โดย Johann Friedrich Bottger เพื่อฉลองครบรอบ 800 ปี ราชวงศ์เวททิน (Wettin) ซึ่งเคยพำนักอยู่ที่เดรสเดน ทำจากเศษเครื่องเคลือบดินเผา (Porcelain) ชิ้นเล็กชิ้นน้อยปะติดเป็นภาพขบวนทัพของ 35 เจ้าชายและกษัตริย์ราชวงศ์เวททิน เพื่อเชิดชูเกียรติคุณที่สามารถปกครองแคว้นแซกโซนีมายาวนานกว่า 953 ปี ก่อนการปกครองแบบประชาธิปไตยเข้ามาแทนที่ บอกเลยว่าไม่เคยเห็นภาพจิตรกรรมจากเศษเครื่องเคลือบดินเผาที่ยาวขนาดนี้

 

      1.30 pm พระราชวัง Zwinger สร้างขึ้นตามแบบสถาปัตยกรรมโรโคโค (Rococo) ส่วนหนึ่งของป้อมปราการเมืองเดรสเดนที่มีมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 จัตุรัสใจกลางพระราชวังเป็นสวนสวย ออกแบบโดยสถาปนิก Matthaus Daniel Poppelmann ผู้ช่วยสร้างเมืองเดรสเดนหลังถูกเพลิงผลาญเมื่อ ค.ศ.1685 สถานที่นี้คือหัวใจของเดรสเดนก็ว่าได้ เพียงแวบแรกที่เห็นเป็นต้องตะลึงเหมือนเดินเข้าสู่อาณาจักรโบราณ สถาปัตยกรรมทุกมุมมองอุดมไปด้วยความประณีต ถ่ายภาพมุมไหนๆ ก็สวยไปหมด ตัวอาคารแปลงเป็น 3 พิพิธภัณฑ์ รวบรวมของล้ำค่าทางศิลปวัฒนธรรมจากหลากหลายมุมโลกให้เลือกเดินชมตามความชอบ ช่วงเวลาตลอดบ่ายจึงหมดไปพิพิธภัณฑ์เรขาคณิตและดาราศาสตร์ ต่อด้วยหอจิตรกรรมชั้นครู The Gemäldegalerie Alte Meister (Old Masters Gallery) ตั้งอยู่ที่ปีกด้านทิศตะวันตก ซึ่งรวมภาพวาดล้ำค่าจากศตวรรษที่ 15-18 กว่า 750 ชิ้น รวมถึงภาพวาดจากยุคเรเนซองส์ (Renaissance) หรือสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาจากศิลปินชื่อดัง อาทิ Caravaggio, Bernardo Bellotto, Titian, Raphael และบางส่วนเป็นงานศิลปะของสะสมของราชวงศ์ ผลงานชิ้นสำคัญที่จัดแสดง อาทิ ภาพเขียนสีน้ำมันระแม่มารีซิสติน (Sistine Madonna) โดย Raphael และวีนัสหลับ หรือวีนัสแห่งเดรสเดน (Sleeping Venus) เป็นภาพเขียนสีน้ำมันที่แสดงลายเส้นสรีระของหญิงสาวได้อย่างละเอียด ละเมียดละไม อันเป็นภาพวาดชิ้นสุดท้ายในชีวิตของ Giorgione ศิลปินชาวอิตาเลียน ภาพเขียนแต่ละภาพช่างให้สุนทรียะในการชมได้อย่างน่าประทับใจ แม้ลาลับโลกไปแล้วแต่งานศิลป์ยังคงอยู่ตลอดกาล เป็นคำกล่าวที่ไม่เกินจริง

 

       5.00 pm แดดร่มลมตก แวะไปนั่งชิลล์ที่ Bruehl Terrace อดีตป้อมปราการที่ได้ฉายาว่าเป็น The Balcony of Europe ระเบียงขนาดใหญ่และกว้างริมฝั่งแม่น้ำเอลเบอ (Elbe) แม่น้ำสายหลักของเดรสเดนซึ่งไหลมาจากเทือกเขาในสาธาณรัฐเช็กออกสู่ทะเลเหนือ เดินเล่นชมวิวแม่น้ำรออาทิตย์อัสดง นี่ล่ะช่วงเวลาสุดพีค แสงสีทองระยิบระยับสะท้อนผิวแม่น้ำ อาบอร่ามอาคารและสิ่งก่อสร้างย่านเมืองเก่า โรแมนติกมากมาย บางคนถึงกับเตรียมเก้าอี้มานั่งรอนอนรอกันเลยเชียว ระหว่างแนวพื้นที่ระเบียงมีบรรดาจิตรกรอิสระนำผลงานมาตั้งโชว์หรือรับจ้างวาดภาพ ถูกใจรูปไหน ถามราคาเลือกซื้อกลับไปยลต่อที่บ้านได้ บ้างขนเปียโนทั้งหลังมาโชว์เปิดหมวก ได้ใจคนรักเสียงดนตรีอย่างเราไปอีก เลยตอบแทนไป 3 ยูโร เป็นกำลังใจในความเพียร สำหรับคู่รักที่อยากเพิ่มความโรแมนติกแนะนำให้ใช้บริการเรือล่องแม่น้ำพร้อมอาหารมื้อค่ำบนเรือสองต่อสอง แค่นึกก็หวานฉ่ำอารมณ์แล้ว

 

      7.00 pm ถึงเวลามื้อค่ำที่ร้านอาหาร Stresa เสิร์ฟเมนูอาหารตำรับยุโรปไม่ซ้ำกันในแต่ละวัน อร่อยระดับ 5 ดาว หน้าตาของร้านผสานกันระหว่างความงามดั้งเดิมผนวกเข้ากับความทันสมัย ตั้งอยู่ในเขต Striesen มีรายการไวน์ชั้นนำและชั้นเลิศให้เลือกเพียบ มีเมนูอาหารมังสวิรัติสำหรับคนไม่กินเนื้อสัตว์อีกด้วย ราคาอาหารจานหลักประมาณ 19 ยูโร

 

      9.15 pm เตรียมซุกตัวนอนบนที่นอนนุ่มๆ ที่ว่านอนแล้วเหมือนดูดวิญญาณ ณ ห้องพักของโรงแรมพูลแมน เดรสเดน เนวา ห่างจาก Dresden Hauptbahnhof สถานีรถไฟหลักของเดรสเดนเพียง 5 นาที ลงรถไฟปุ๊บเดินแป๊บๆ ก็ถึง สะดวกมาก

 

DAY 2

      9.30 am เช้าวันอาทิตย์นี้บรรดาเมืองเดรสเดนดูครึกครื้นเป็นพิเศษ เพราะมีการแข่งขันวิ่งมาราธอนรอบเมือง เลยดูเหมือนทุกคนไปรวมตัวกันอยู่ที่จัตุรัสกลางเมือง เสียงปรบมือ เสียงเครื่องดนตรีทั้งฉาบ ทั้งกลอง ช่วยให้กำลังใจนักกีฬา เลยพลอยสนุกกับเขาไปด้วย ชักอยากจะวิ่งมาราธอนกับเขาบ้าง สักพักเดินไปยัง Semperoper Dresden โรงละครโอเปร่าเก่าแก่ ตั้งอยู่ถัดจากพระราชวัง Zwinger เริ่มสร้างโดยสถาปนิกชาวเยอรมัน Gottfried Semper ในปี 1841 งดงามอลังการด้วยหลากหลายสถาปัตยกรรมผสมผสาน ทั้งเรเนซองส์ บาโรกหรือแม้กระทั่งเสาแบบโครินเธียร (Corinthian) เลยเรียกว่าเป็นสถาปัตยกรรมแนวคตินิยมสรรผสานหรือ Eclecticism แม้เคยถูกเพลิงไหม้เสียหาย อีกทั้งโดนระเบิดจากสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ก็ได้รับการซ่อมแซมเรื่อยมา ภายในโรงละครมีสัญลักษณ์รูปตัว A หมายถึง เจ้าชายออกุสตัส (Augustus) แห่งราชวงศ์เวททิน หน้าอาคารประดับด้วยรูปปั้นของเทพบุตรและเทพธิดาขี่รถเทียมเสือสี่ตัว รอบๆ อาคารประดับโคมไฟสวยแปลกตาและให้ความรู้สึกย้อนเวลากลับยังศตวรรษที่ 18 ทุกวันนี้ยังใช้เป็นที่แสดงโอเปร่าอยู่ สามารถตรวจสอบการแสดงได้ที่ www.oper-dresden.com เห็นแล้วอยากใส่กระโปรงสุ่มกรุยชายผ้าลูกไม้ไปร่วมนั่งชมด้วยนัก 

 

        10.15 am เยื้องกับโรงละครโอเปร่าคือ โบสถ์คริสต์ (Cathedral) นิกายคาทอลิก อาคารสถาปัตยกรรมแบบบาโรกตั้งเด่นริมฝั่งแม่น้ำ ถือเป็นโบสถ์สำคัญที่ใหญ่สุดในแคว้น เป็นสถานที่เก็บพระศพของเจ้าชายและกษัตริย์แห่งราชวงศ์เวททิน เหล่าสาวกคริสตจักรร่วมระลึกถึงคุณพระเยซูคริสต์กันท่วมท้น เพราะวันนั้นเป็นวันอาทิตย์พอดี เข้าไปในโบสถ์แล้วโปรดพึงสำรวมและเคารพสถานที่ ไม่ส่งเสียงดัง อย่าให้เจ้าบ้านใช้สายตาตำหนิได้

 

     11.00 am ข้ามฝั่งแม่น้ำเอลเบอไปเดินสำรวจร้านรวงในย่านเมืองใหม่ (Neustadt) รูปทรงอาคารหน้าตาทันสมัย มีสวนสาธารณะขนาดย่อมทอดตัวตรงกลาง ชาวเมืองนิยมพาสุนัขตัวโปรดมาเดินเล่นกันในสวน ขนาบด้วยร้านค้ามากมาย ทั้งร้านขายหนังสือ เสื้อผ้า รองเท้า สินค้าแนวไลฟ์สไตล์ ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านอาหาร ฯลฯ อารมณ์เหมือนคอมมูนิตี้มอลล์บ้านเรานั่นแหละ บอกเลยว่าเมืองเดรสเดนหาห้องน้ำค่อนข้างยาก แม้กระทั่งในพิพิธภัณฑ์เองยังต้องใช้บัตรเข้าชมสแกนบาร์โค้ดก่อนใช้ห้องน้ำ ไม่เหมือนบ้านเราที่เดินเข้าร้านอาหารแล้วขอเข้าห้องน้ำได้ หรืออย่างประเทศญี่ปุ่นที่ภายในร้านสะดวกซื้อก็มีห้องน้ำสะอาดและให้บริการฟรี ประสบการณ์ครั้งแรกกับห้องน้ำสาธารณะที่ต้องหยอดเหรียญ 1 ยูโร แล้วประตูห้องน้ำจะถูกปลดล็อคเข้าไปใช้ได้ แต่ประเด็นอยู่ที่ว่า การใช้บริการแต่ละครั้งมีเวลากำหนดเพียง 15 นาที เมื่อเข้าไปแล้วอย่ามัวโอ้เอ้ รีบทำธุระให้เสร็จก่อนที่ประตูจะปลดล็อคเอง! ได้เวลาช็อปปิ้งต่อ เดินแวะร้านโน้นเข้าร้านนี้ ดูของไอเดียเก๋ราคาสมเหตุสมผลก็จัดเลยค่ะ

 

        2.00 pm ปลายทางต่อไปที่ Frauenkirche หรือ Church of Our Lady โบสถ์คริสต์นิกายลูเทอร์ลัน มีโดมใหญ่เป็นเอกลักษณ์ สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 18 แต่หลังจากถูกระเบิดลงสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เหลือเพียงซากปรักก็ได้รับการบูรณะสร้างใหม่เมื่อ ค.ศ. 1993 แล้วเสร็จในปี 2005 โดยวิศวกรชาวเยอรมัน Eberhard Burger ซึ่งนำซากอิฐเก่าของโบสถ์ประมาณ 3,800 ก้อน มาสร้างขึ้นใหม่ผสมกับอิฐใหม่ เห็นได้ว่าอิฐบางก้อนดำและบางก้อนขาว อิฐสีดำคืออิฐที่หลงเหลือจากซากเก่านั่นเอง ภายในตกแต่งเรียบง่าย บริเวณชั้นใต้ดินจัดแสดงเรื่องราวความเป็นมาของโบสถ์และการสร้างขึ้นใหม่ รวมถึงมีการจัดรวบรวมชิ้นส่วนที่ถูกทำลายของโบสถ์เก่าเอาไว้ ถือเป็นโบสถ์สัญลักษณ์ของเดรสเดน ดังเช่นคำกล่าวของ Dr. Paul Oestreicher บาทหลวงชาวอังกฤษที่ว่า “The church is to Dresden what St. Paul's Cathedral is to London” สามารถเดินขึ้นไปยอดโดมของโบสถ์ได้ เสียค่าขึ้นชมเป็นเงินบริจาค

 

       3.30 pm ใกล้กับ Frauenkirche คือ ย่าน Neumarkt ลักษณะเป็นลานโล่งกว้าง ทั่วทั้งบริเวณมีโรงแรม ร้านค้า ร้านอาหารเปิดให้บริการ เดินผ่านร้านไหนถูกใจก็เข้าไปนั่งได้เลย รวมถึงร้านที่มาจากต่างประเทศด้วยอย่าง ร้านไวน์จากฝรั่งเศส เป็นต้น เลือกช็อปงานอาร์ตประติมากรรมสมัยใหม่น่าสนใจ โดยฝีมือศิลปินท้องถิ่น Doreen Wolff (www.doreenskunst.de) รวมถึงร้านขายของแต่งบ้านที่ทำจากไม้ทั้งหมด

 

      6.00 PM สะดุดตากับป้ายบอกปีของอาคารเก่าสีเหลืองสวยหรูสไตล์บาโรก สร้างขึ้นเมื่อปี 1765 ก่อนลาจากเดรสเดนเลยขอแวะร้านอาหารนี้ Coselpalais Grand Café & Restaurant เสิร์ฟอาหารตำรับเยอรมันและฝรั่งเศส ภายใต้บรรยากาศของอาคารเก่าซึ่งเคยถูกทำลายด้วยระเบิดจากสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 มาแล้ว และต่อมาได้รับการบูรณะใหม่ พนักงานบริการขนมปังอบร้อนเนื้อนุ่มให้รองท้องกันก่อน จากนั้นตามด้วยสลัดผักรวมของคนรักสุขภาพและสปาเกตตี้ซอสมะเขือเทศจานใหญ่ ค่อยๆ ละเลียดเคล้าเสียงเพลงเบาๆ จนกระเพาะอาหารฝั่งของคาวย่อยเสร็จ น้ำย่อยกระเพาะฝั่งของหวานก็เริ่มส่งสัญญาณ ที่นี่มีขนมอบและเค้กหน้าตาดีมากมาย แถมเลือกสั่งตามเมนูได้เลยไม่ต้องเดินไปสั่งที่ตู้ขนมหวาน ร้านนี้เปิดทั้งวันนะคะ มานั่งจิบชาแกล้มขนมหวานได้ตลอด

 

       เดรสเดนอยู่ห่างจากกรุงเบอร์ลิน เมืองหลวงของเยอรมนี เพียงนั่งรถไฟมา 2 ชั่วโมงกว่าๆ และรัฐบาลได้สร้างสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐานไว้เพื่อชาวเยอรมันอย่างครบถ้วน ทว่ากลับไม่มีประชากรอาศัยอยู่อย่างหนาแน่นนัก อาคารบางแห่งถูกทิ้งร้าง ไม่มีบริษัทยักษ์ใหญ่เข้ามาตั้งสำนักงาน เมื่อเทียบกับเมืองหลักทางเศรษฐกิจอย่างแฟรงก์เฟิร์ตหรือเมืองท่องเที่ยวอย่างมิวนิคที่มีการขยายตัวอยู่ตลอดเวลา เดรสเดนมีเพียงสถาปัตยกรรมอันทรงคุณค่าสวยตะลึงตาริมคุ้งน้ำ คอยเรียกร้องความสนใจจากนักท่องเที่ยวให้เพิ่มขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป

 

INFO

• สะดวกสบายกับการเดินทางด้วยรถไฟระหว่างเมืองในเยอรมนี นั่งรถไฟได้ทุกสายด้วย German Rail Pass หาซื้อบัตรโดยสารราคาพิเศษผ่านตัวแทนจำหน่ายได้ในประเทศไทย www.raileurope.co.th

• ข้อมูลท่องเที่ยว Dresden เพิ่มเติมคลิก www.dresden.de/index_en.php

 

GETTING THERE

สายการบินแอร์ฟรานส์ ให้บริการเที่ยวบิน กรุงเทพฯ - กรุงเบอร์ลิน (แวะพักเครื่อง 1 ครั้ง ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส) ตรวจสอบตารางการบินและโปรโมชั่นพิเศษได้ที่ www.airfrance.co.th จากนั้นนั่งรถไฟจาก Berlin Hauptbahnhof มาถึง DresdenCentral Station เพียง 2 ชั่วโมงกว่า ด้วยบริการรถไฟจาก DB BAHN

 

Web admin's picture
ABOUT THE AUTHOR
POSTED BY Web admin | Monday, October 30, 2017 - 15:07
PLAN YOUR TRIP
DEALS & BOOKING
339

Comments

COMMENTS
ADD A COMMENT
Image CAPTCHA
RELATED FEED
POSTED BY Web admin | Tuesday, November 7, 2017 - 07:52
กรุงเทพฯ คว้าแชมป์ !! เมืองที่นักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมมาเที่ยวมากสุดของโลก ปี 2560
LEAVE A COMMENT
POSTED BY Web admin | Wednesday, May 16, 2018 - 23:30
Discovery Canada จากแวนคูเวอร์-คาลกะรี่- ออตาวา-คิงสตัน-โตรอนโต
LEAVE A COMMENT
POSTED BY Web admin | Tuesday, April 17, 2018 - 17:21
Summer Solstice at Stonehenge
LEAVE A COMMENT