เรือสำราญยักษ์สัญชาติอิตาเลียน Costa neoRomantica โอ่อ่ายิ่งใหญ่ไม่แพ้ตึกสิบสองชั้น

×

Error message

  • Notice: Undefined property: view::$exposed_input in views_plugin_display_attachment->attach_to() (line 230 of /var/www/html/sites/all/modules/views/plugins/views_plugin_display_attachment.inc).
  • Notice: Undefined property: view::$exposed_input in views_plugin_display_attachment->attach_to() (line 230 of /var/www/html/sites/all/modules/views/plugins/views_plugin_display_attachment.inc).
เรือสำราญยักษ์สัญชาติอิตาเลียน Costa neoRomantica โอ่อ่ายิ่งใหญ่ไม่แพ้ตึกสิบสองชั้น
POSTED BY Web admin | Thursday, November 23, 2017 - 09:31

Story & Photos : เพลินพรรณ เลิศล้ำสกุลทรัพย์

                 เรือสำราญยักษ์สัญชาติอิตาเลียน Costa neoRomantica โอ่อ่ายิ่งใหญ่ไม่แพ้ตึกสิบสองชั้นจุผู้โดยสารมากกว่าเรือไททานิคเกือบเท่าตัว วิมานกลางน้ำทะยานออกจากฝั่งอย่างเนิบช้าด้วยสปีด 20 น็อตหรือราว 30 กว่ากิโลเมตรต่อชั่วโมง ตลอด 5 คืนนี้เป็นต้นไป การมาเยือนของวันพรุ่งจะมีความหมาย ด้วยการตื่นขึ้นมาในต่างเมือง ไล่ตั้งแต่เกียวโต คานาซาว่า ทตโตะริ ชิมาเนะ แล้วข้ามสู่ประเทศเกาหลีใต้ที่ปูซาน นับเป็นทริปคุ้มค่าราวกับเนรมิตฝันของเราให้เป็นจริง
                Costa Cruises ภายใต้การดูแลของหนึ่งในบริษัทผู้ให้บริการท่องเที่ยวใหญ่ระดับโลก Carnival Corporation & Plc เริ่มเปิดให้บริการเรือสำราญสำหรับชาวเอเชียมานาน 10 ปี เพื่อเปิดโอกาสให้พวกเราได้สัมผัสประสบการณ์ล่องเรือเที่ยวซึ่งสะดวกสบายและสามารถกะเวลาท่องเที่ยวในแต่ละสถานที่ได้ตามต้องประสงค์

                ภายในเรือจำลองความหรูหราให้แขกผู้มีเกียรติทุกท่านสำเริงสำราญในการปรนนิบัติแบบอิตาเลียน อิ่มอร่อยตั้งแต่ห้องอาหารทั้ง 6 ห้อง อาทิ  Pizzeria Capri พิซซ่าสูตรต้นตำรับ อบเตาถ่านสดใหม่ คงรสชาติหอมชีสและกลิ่นแป้งแบบไหม้นิดๆ หรือจะเป็น Mamma Trattoria ห้องอาหารอิตาเลียนแท้สุดหรู ให้บริการแบบไฟน์ไดนิ่ง นอกจากนี้ยังมีห้องอาหารนานาชาติ Botticelli Restaurant ซึ่งรวบรวมอาหารยอดฮิตหลากสัญชาติ ทั้งสเต็กเนื้อ พาสต้า หรือกระทั่งอาหารญี่ปุ่นที่มีเยอะพิเศษเพื่อเอาใจนักเดินทางเจ้าของประเทศ คลับเลานจ์ถูกใจยิ่งสำหรับนักเสพย์ด้วยเครื่องดื่มเต็มอัตรา อาทิ Verona Wine & Cheese Bar และ Cigar Lounge ฯ    ในแต่ละค่ำคืนบนเรือ จะมีกิจกรรมมากมายให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมสนุก ไม่ว่าจะเป็นโชว์เด็ดๆ ปาร์ตี้มันๆ รวมถึงอิตาเลียนคาร์นิวัลที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้ใส่หน้ากากและบรรจงในชุดสวยประหนึ่งไปร่วมงานที่เวนิส (Carnival of Venice Party ) ซึ่งแขกทุกคนสามารถดื่มด่ำกับอาหารอิตาเลียนแท้ๆเช่นพิซซ่าอบสดใหม่จากเตาไม้ เจลาโต้แบบอิตาลีและราวิโอลี่แบบดั้งเดิม จับคู่กับไวน์และชีสมากกว่า 80 ชนิด
                ส่วนการออกแบบตกแต่งภายในวางใจได้เลยว่าเนี้ยบ เฉียบและเท่ เพราะ Tillberg Design  บริษัทสถาปนิกสัญชาติสวีเดนสุดคูล เจ้าของผลงานเรือยอชต์ดีไซน์ดังๆทั่วโลก รวมถึง Syntax บริษัทที่ชำนาญด้านการออกแบบโรงแรมและสปาของลอนดอนรับหน้าที่แต่งองค์ทรงเครื่องด้วยงบ4,000 ล้านบาท เสกเรือทั้งลำให้เป็นโรงแรมหรูลอยน้ำ เคบินหรือห้องพักแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก อาทิ Oceanview  ขนาด 16.6  ตร.ม.  Suite w/ Balcony ขนาด 24.2 ตร.ม.  และ Grand Suite 48.3 ตร.ม.  ซึ่งสามารถรองรับแขกแบบครอบครัวได้ถึง 4 คน เราสามารถเลือกจองทัวร์วันเดย์ทริปของแต่ละวันในราคาราว 30 ดอลล่าร์สหรัฐฯ มีรถบัสรับ-ส่งไปในสถานที่ต่างๆ ก่อนจะมาส่งที่ท่าเรือตามกำหนด

                  Day 1:  Maizuru Por
                 สถานที่แรกที่แวะคือ ไมซุรุ (Maizuru) หรือเมืองริมทะเลของเกียวโต  พลาดไม่ได้กับจุดชมวิวที่สวยสุดในญี่ปุ่นที่อะมะโนะฮะชิดะเตะ แหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงซึ่งชาวญี่ปุ่นเรียกกันว่า “นิฮงซังเค”  (Nihon Sankei) หรือ 3 สุดยอดทิวทัศน์แห่งญี่ปุ่น (Japan's Top Three Most Scenic Views) ประกาศศักดาไว้ตั้งแต่ปีค.ศ. 1643 อีกสองแห่งคืออ่าวมะซึชิมะ จังหวัดมิยากิ ที่มีนักกวีไฮกุชื่อดัง มะสึโอะ บะโชเคยเขียนกลอนชื่นชมไว้ รวมถึงศาลเจ้าอิสึกุชิมะจังหวัดฮิโรชิม่า

                 Day 2: Kanazawa Port
                  คานาซาวะ (Kanazawa) เมืองที่ในสมัยเอโดะนั้นเป็นเมืองที่ปลูกข้าวได้มากเป็นอันดับสี่ของประเทศ งานหัตถกรรมของชาวคานาซาวะนั้นเข้าขั้นประณีตงดงามและมีราคาสูง เราสามารถเลือกซื้อข้าวของเครื่องใช้งานศิลป์เหล่านี้ได้จากร้านขายของฝากที่อยู่เต็มสองข้างทางในเขตประวัติศาสตร์ “ตรอกน้ำชาฮิกาชิ ชายะ" (Higashi Chaya) ย่านที่เต็มไปด้วยบ้านเก่าตั้งแต่ยุคเอโดะ  และซอฟท์ครีมของที่นี่ก็เด็ดไม่แพ้ใคร ห่อหุ้มด้วยแผ่นทองคำเปลวจนกลายเป็นสัญลักษณ์ของการมาเยือนคานาซาวะอย่างหนึ่ง
                ใครที่นิยมชมสวนแบบญี่ปุ่น จะต้องไม่พลาดไปเยือนเคนโระคุเอ็น (Kenrokuen) สวนที่สวยที่สุดหนึ่งในสามของประเทศญี่ปุ่น ทั้งยังมีตลาดสดโอมิโจ อิจิบะคัง (Omi-cho Ichibakan)  มีร้านซูชิ ผลไม้ ของสดและของแห้งจากทะเลบริการเพื่อความสะดวก แนะนำว่าต้องกินปู และปลาหางเหลือง รวมถึงกุ้งขนาดเล็กหวานสด ซึ่งอร่อยสุดในช่วงฤดูหนาว (เริ่มปลายเดือนพฤศจิกายน)
                ด้านศิลปะ คานาซาว่าเองก็ถือว่ามีพิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวมากกว่าสองล้านคนต่อปี พิพิธภัณฑ์ศตวรรษที่ 21 (21st Century Museum) มีงานอาร์ทใหม่ๆให้เช็คอินตลอดเวลา รวมถึงผลงานศิลปะอันโด่งดังชื่อ "The swimming pool" สร้างสรรค์โดยลีนโดร เออร์ลิช (Leandro Erlich) นักวิจิตรศิลป์แห่ง อาร์เจนตินา

                  Day 3: Sakaiminato Port
                  เยี่ยมชมAdachi Museum's Japanese Gardens ตั้งอยู่ในจังหวัดชิมาเนะ   ยิ่งถ้ามาในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีแล้ว จะยิ่งงดงามมากยิ่งขึ้น มีเครื่องหมายการันตีจาก Michelin Green Guide ความน่าสนใจในการจัดดิสเพลย์คือกำแพงแต่ละด้านวางกรอบไม้ให้เราเพลินธรรมชาติเสมือนชมผ่านกรอบรูป  จังหวัดชิมาเนะยังมีปราสาทเก่าแก่อายุราว 400 ปี ปราสาทมะสึเอะ (Matsue-jo) ภายนอกทาสีดำเด่น เป็นหนึ่งในปราสาทยุคกลางเพียงไม่กี่แห่งที่สร้างจากไม้แบบดั้งเดิมและยังคงหลงเหลืออยู่ในญี่ปุ่น สร้างโดยไดเมียว โฮะริโอะ โยะชิฮะรุ และตกเป็นของตระกูลมะสึไดระเมื่อปีค.ศ. 1638
                 
                ก่อนจะปิดทริปที่เมืองปูซาน (ฺBusan) เมืองท่าสำคัญของเกาหลีใต้

                Day 4 : Busan
                ไฮไลท์เด่นของปูซาน คือหมู่บ้านวัฒนธรรมคัมชอน (Gamcheon culture village) จากอดีตหมู่บ้านยากจนพลิกสู่หมู่บ้านศิลปะ มีมุมถ่ายรูปในทุกย่างก้าว และกลายเป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวที่ใครต่างต้องมาเช็คอินชายหาดควังกาลี (Gwangalli Beach) ชายหาดที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆ ของปูซาน ทั้งเดินทางก็ง่ายด้วยรถไฟใต้ดิน หนุ่มสาวปูซานในชุดนุ่งน้อยห่มน้อยหาที่นั่งเหมาะๆ หรือนอนปิ้งแดดเรียงรายไปตลอดความยาวของชายหาด 1.4 กิโลเมตร  มองไปที่ทะเลจะเห็นสะพานควังคัน (Gwangan) สะพานแขวนข้ามทะเลแห่งแรกของเกาหลี ใช้เป็นทางเชื่อมระหว่างย่านเมืองเก่าปูซานกับย่าน Centrum ย่านการค้าเกิดใหม่ของเมือง ช่วงกลางคืนยิ่งสวยจนตะลึงเมื่อสะพานเปิดแสงสีสะท้อนลงในน้ำ ซึ่งเรือCosta neoRomantica จะพาเราออกจากฝั่ง ณ​จุดที่เห็นสะพานงดงามสะกดใจเช่นเดียวกัน เรียกได้ว่าเป็นของขวัญปิดท้ายสำหรับการอำลาปูซานในวันสุดท้ายของทริป 
                 
 

More info:
-สนใจเที่ยวเรือสำราญเอเชียของCosta neoRomantica ติดต่อ www.costaasia.comพบกับWinter programme  ซึ่งจะออกเดินทางจากโตเกียวตั้งแต่เดือนตุลาคมนี้เป็นต้นไป สำหรับแพ็คเกจสำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่ใช่คนญี่ปุ่น มีแพ็คเกจราคาต่ำสุดประมาณดังนี้ 
1.Oceanview -  579  ดอลลาร์สหรัฐ 
2.Suite w/ Balcony -  1,909 ดอลลาร์สหรัฐ
3.Grand Suite -  2,909 ดอลลาร์สหรัฐ

หรือติดต่อตัวแทนบริษัททัวร์ต่างๆ ในประเทศไทย อาทิ
1.Thaiphum Skylights  โทรศัพท์: (02) 235 4144 Email: info@tpsl.co.th 
2.Joyful Holidays -โทรศัพท์: (02)  634 2300 Email: sales@joyfulholidays.com 

-เดินทางในจังหวัดชิมะเนะและทตโตะริ คุณสามารถใช้แอพพลิเคชั่น   “San’in Pass” ซึ่งจะมีเส้นทางแนะนำชื่อว่า “Romantique Route in San’in” ทำให้คุณวางแผนการเดินทางง่ายขึ้น!
-การท่องเที่ยวแถบไมซุรุ http://www.maizuru-kanko.net/en/
-การท่องเที่ยวคานาซาว่า (ภาษาไทย)http://www.kanazawa-tourism.com/thai/main/index.php
-การท่องเที่ยวปูซาน http://www.bto.or.kr/eng/main/main.php หรือ การท่องเที่ยวเกาหลี (ภาษาไทย) http://kto.or.th/

Web admin's picture
ABOUT THE AUTHOR
POSTED BY Web admin | Thursday, November 23, 2017 - 09:31
PLAN YOUR TRIP
DEALS & BOOKING
339

Comments

COMMENTS
ADD A COMMENT
Image CAPTCHA
RELATED FEED
POSTED BY Web admin | Thursday, November 16, 2017 - 09:56
Samut Songkhram
LEAVE A COMMENT
POSTED BY Web Editor | Monday, October 30, 2017 - 14:56
Great Train Journeys : Green Logistic
LEAVE A COMMENT
POSTED BY Web admin | Thursday, November 30, 2017 - 03:43
เทศกาลแห่งความสุนทรีย์ ท่ามกลางสายลมหนาว ณ ไร่องุ่นไวน์ "กราน-มอนเต้"
LEAVE A COMMENT