Discovery Canada จากแวนคูเวอร์-คาลกะรี่- ออตาวา-คิงสตัน-โตรอนโต

×

Error message

  • Notice: Undefined property: view::$exposed_input in views_plugin_display_attachment->attach_to() (line 245 of /var/www/html/sites/all/modules/views/plugins/views_plugin_display_attachment.inc).
  • Notice: Undefined property: view::$exposed_input in views_plugin_display_attachment->attach_to() (line 245 of /var/www/html/sites/all/modules/views/plugins/views_plugin_display_attachment.inc).
Discovery Canada จากแวนคูเวอร์-คาลกะรี่- ออตาวา-คิงสตัน-โตรอนโต
POSTED BY Web admin | Wednesday, May 16, 2018 - 23:30

แคนาดา เป็นประเทศในทวีปอเมริกาเหนือ  ที่ตั้งอยู่ทางเหนือมากที่สุดของโลกและมีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของโลก  จึงทำให้เมืองทางตอนใต้ และตอนเหนือมีสภาพภูมิอากาศแตกต่างกันค่อนข้างมาก โดยทริปนี้ เริ่มที่เมืองแวนคูเวอร์  ทางตอนใต้ด้านตะวันตกของแคนาดา ที่อากาศอบอุ่น  ต่อไปยังเมืองคาลกะรี่ทางด้านตะวันออก  แล้วข้ามมาทางด้านตะวันออกตอนใต้ของแคนาดาที่เมืองออตตาวา แล้วกลับไปทางด้านตะวันตกอีกนิดหนึ่งที่เมืองคิงสตัน เพื่อเที่ยวชมน้ำตกไนแองการา แล้วไปจบทริปที่โตรอนโต

 

วันแรกของการเดินทาง

กรุงเทพฯ – ฮ่องกง – แวนคูเวอร์

จากสนามบินสุวรรณภูมิ ไปเปลี่ยนเครื่องบินที่ ฮ่องกง  ออกเดินทางจากฮ่องกงสู่แวนคูเวอร์

***** บินข้ามเส้นแบ่งเขตเวลาสากล *****

"แวนคูเวอร์” เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ที่บริติชโคลัมเบีย ทางตะวันตกเฉียงใต้ของแคนาดา เป็นเมืองใหญ่อันดับ 3 ของประเทศ เมืองแวนคูเวอร์ ตั้งขึ้นหลังศตวรรษที่ 18 โดยนักสำรวจชาวอังกฤษชื่อ "จอร์จ แวนคูเวอร์"  เดิมเป็นดินแดนที่ชาวอินเดียนแดงอาศัยอยู่ 

1_13.jpg

(Photo credit: :www.tourismvancouver.com)

ด้วยสภาพพื้นที่ล้อมรอบด้วยภูเขาและทะเล ที่นอกจากจะมีความสวยงามของภูมิประเทศ เพียบพร้อมทรัพยากรป่าไม้อุดมสมบูรณ์แล้ว  แวนคูเวอร์ยังเป็นเมืองที่มีภูมิอากาศอบอุ่นที่สุดในแคนาดา

เดินทางถึง เมืองแวนคูเวอร์ ในช่วงบ่ายมีเวลาที่จะออกมาเที่ยวกันเลยทีเดียว

2_8.jpg

Photo credit  https://parkbench.com

เริ่มที่สแตนลี่ปาร์ค  อุทยานที่จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 1888 อยู่ใจกลางเมือง เป็นสวนสาธารณะแห่งแรกที่ใหญ่ที่สุดของแวนคูเวอร์ ทรงคุณค่าเป็นโอเอซิสสีเขียวอันงดงามของป่าฝนของ  West Coast  บนพื้นที่ 400 เฮคแตร์ มีพืชพรรณไม้ป่าฝนจำนวนมากกว่า 10,000 ต้น  มีสวนดอกไม้และลากูนอันงดงาม ในอุทยานป่าที่สมบูรณ์เต็มไปด้วยสัตว์ป่านานาชนิด  เหมาะแก่การ เดินเที่ยวรับอากาศบริสุทธิ์  โดยเฉพาะแถว Seawall ที่มีชื่อเสียงของสแตนลี่ปาร์ค  และมีพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดในแคนาดาอยู่ที่นี่ด้วย

3_5.jpg

Seawall: Photo credit: : https://www.tourismvancouver.com

เยือน ย่านแกสทาวน์(Getaway Gastown)  แหล่งประวัติศาสตร์ที่สำคัญของเมืองแวนคูเวอร์ นั่นก็คือ "แกสทาวน์" ที่เคยเป็นย่านธุรกิจการค้าสำคัญของเมืองในอดีต  ตึกรามบ้านช่องยังคงสภาพอันงดงาม ยังคงมีร้านขายสินค้าในรูปแบบเดิมๆ  ย่านแกสทาวน์มีนาฬิกาไอน้ำ (Gastown Steam Clock) เรือนแรกของโลกที่ เรย์มอนด์ แซนเดอร์ สร้างในปี 1977 ที่มุมถนน Cambie ริมน้ำแวนคู เมื่อถึงเวลาโมงยาม นาฬิกาจะส่งเสียงหวูด พร้อมกับพ่นไอน้ำออกมาบอกเวลาอย่างเที่ยงตรง

4_18.jpg

Photo credit: Tourism Vancouver 

 

วันที่ 2

เดินทางไปท่าเรือ ซอร์วาสเซน (Tsaw Wassen) นั่งเรือเฟอรี่ B.C. Ferries ข้ามช่องแคบจอร์เจียสู่วิคตอเรีย บนเกาะแวนคูเวอร์  ซึ่งเป็นเมืองหลวงของรัฐบริติชโคลัมเบีย ระหว่างทางถ้าโชคดีอาจจะมีโอกาสเห็นฝูงปลาโลมาและปลาวาฬเพชฌฆาตขึ้นมาโลดแล่นบนผิวน้ำ

5_18.jpg

ภาพรัฐสภาวิกตอเรีย Photo credit:  www.tourismvictoria.com

เยี่ยมชมอาคารรัฐสภาวิกตอเรีย  ตั้งอยู่บนฝั่ง Inner Harbour หรืออ่าวใน พบกับความงดงามโอ่อ่าทางสถาปัตยกรรมของอาคาร  แล้วยังมี Beacon Hill Park ที่สวยงาม ขนาด 154 เอเคอร์ ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของสาธารณชน เมื่อผู้อพยพชาวผิวขาวคนแรกเข้ามาถึงเป้าหมายและยุทธศาสตร์ของบริษัท ฮัดสันเบย์ ซึ่งเป็นนโยบายการตั้งอาณานิคมของอังกฤษส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ของอุทยานแห่งนี้

6_24.jpg

The Butcharta : Photo credit:   www.tourismvictoria.com

The Butcharta สวนที่เปรียบเหมือนมณีที่มีค่าของเกาะนี้อีกแห่งหนึ่ง มีกำเนิดจาก Robert Pim Butchart ผู้บุกเบิกอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ในอเมริกาเหนือ มีภรรยาชื่อ  Jennie Butchart  ซึ่งเธอได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจ สร้างสวยงามแห่งนี้จากขลุมเหมืองที่ถูกทิ้งร้าง  ภายในมีทั้งสวนกุหลาบ  ญี่ปุ่น  และอิตาลี รวมทั้งนกนานาชนิดจากการสะสมของนาย Butchart  ผู้สามี เป็นสวนที่ได้รับการดูแลให้สวยสมบูรณ์แบบอยู่เสมอ ภายหลังได้มีการจัดแสดงต่างๆ เช่น คอนเสิร์ตซิมโฟนี่กลางแจ้ง และจัดงานจุดพลุ ดอกไม้ไฟ เป็นต้น สวนได้มีการเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปี ไปเมื่อปี 1987 และในปี 2004ได้รับการประกาศให้เป็นโบราณสถานแห่งชาติแห่งแคนาดา

 

วันที่ 3

จากสนามบินแวนคูเวอร์บินสู่เมืองคาลกะรี (Calgary) ที่งดงามยิ่ง ในรัฐแอลเบอร์ต้าที่เต็มไปด้วยภูเขาและทะเลสาบที่ทอดตัวขนานตามแนวเทือกเขาร็อกกี้

7_11.jpg

Photo credit: http://banffnationalpark.com/

อุทยานแห่งชาติแบมฟ์ (Banff National Park) ตั้งอยู่ในเทือกเขาร็อกกี้ในตอนใต้ของรัฐอัลเบอร์ตา มีเนื้อที่ประมาณ 6,641 ตารางกิโลเมตร มีธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในทวีปอเมริกาเหนือ อุทยานมีทิวทัศน์ที่สวยงามโดยเฉพาะทะเลสาบ ธารน้ำแข็ง และน้ำพุร้อน มีป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ และสัตว์ต่างๆ เช่น อินทรีย์สีทอง หมีกริซซ์ลี หมีดำ กวางมูส แพะภูเขา ขึ้นรถ Snow Coach ชม  Icefields Parkway ที่น่าตื่นตาตื่นใจในเขตธารน้ำแข็ง และดื่มด่ำกับธรรมชาติงามของทะเลสาบ Louise

 

วันที่ 4

8_7.jpg

Photo credit: https://www.banfflakelouise.com

เที่ยวภูเขาซัลเฟต (Sulphur)  ภูเขาในอุทยานแห่งชาติแบมฟ์ ในอดีตได้มีการก่อสร้างทางรถไฟข้ามทวีปสาย Canadian Pacific Railway และได้ไปพบบ่อน้ำพุร้อนที่มีแร่กํามะถัน   รัฐบาลจึงประกาศจัดตั้งเป็นเขตอุทยานเทือกเขาแคนาเดี้ยนร็อกกี้ โดยเมื่อฝนตกลงมาที่ยอดเขาจะไหลผ่านชั้นกํามะถันและได้รับความร้อนจากใต้โลก จึงกลายเป็นบ่อน้ำร้อน  เราสามารถนั่งรถกระเช้าขึ้นไปยังจุดชมวิว บนยอดเขาซัลเฟอร์ ซึ่งอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล  2,285 เมตร มีทางเดินเท้าไปยังยอดแซนซัน (Sanson Peak) จากจุดชมวิวที่อยู่สูงสุดสามารถมองเห็นวิวอันงดงามของเทือกเขาร็อกกี้และสีฟ้าสดใสของทะเลสาบเอเมอรัลใด้ แบบพาโนรามา

 

วันที่  5

จากคาลกะรีบินตรงไปยังมอนทรีออล  เมืองนี้มีผู้อพยพมาจากทั่วทุกมุมโลกมารวมกัน ทั้งชาวฝรั่งเศส สก็อต จีน อินเดีย ไฮติอารบิก ยิว อิตาลี โปรตุเกส ฟิลิปปินส์ และกรีก มาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่นี่ จึงมีความน่าสนใจจากการผสมผสานวัฒนธรรม ศิลปะ และความเป็นอยู่อย่างหลากหลาย  สถาปัตยกรรมในเมืองแห่งนี้เหมือนเมืองเก่าแก่ในยุโรป  เมืองมอนทรีออลเคยเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมและการเงินของแคนาดามาก่อน ผสมผสานเข้ากับความร่วมสมัย ทำให้เมืองมอนทรีออลดูคลาสสิกและน่าหลงใหล

9_5.jpg

Photo credit: http://luxurylaunches.com

อาคารเก่าแก่ของ Montréal แห่งศตวรรษที่ 18 อันงดงาม ของ Basilique Notre-Dame สถาปัตยกรรมมาสเตอร์พีซสไตล์นีโอคลาสสิก เป็นแลนด์มาร์คสำคัญของแคนาดา สง่างามด้วยหอคอยคู่ท่ามกลางหมู่อาคารในเขตย่านเมืองเก่ามอนทีลออล เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวมอนทรีออล มีการตกแต่งภายในด้วยสีฟ้าสดและสีส้มทองที่สร้างความตื่นตาให้กับนักท่องเที่ยวและผู้ศรัทธา อดีตเป็นสถานที่บูชาที่ใหญ่ที่สุดของทวีปอเมริกาเหนือ  สามารถเข้าร่วมทัวร์ 20 นาทีแบบเป็นภาษาอังกฤษซึ่งรวมอยู่แล้วในราคาค่าเข้าชม มีให้บริการชั่วโมงละสองรอบ หากต้องการร่วมทัวร์แบบ 60 นาทีในช่วงฤดูร้อนจะต้องเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม ซึ่งคุณจะได้ชมห้องเก็บเครื่องพิธี แกลเลอรี และหอศีลจุ่ม มีไปป์ออร์แกนขนาดใหญ่ตั้งอยู่ในส่วนหลังของโบสถ์ 

10_4.jpg

Photo credit: http://montrealvisitorsguide.com

ด้วยความหลากหลายทางชาติพันธุ์มอนทรีออลยังเป็นสถานที่น่าตื่นเต้นที่สุดแห่งหนึ่งในเรื่องอาหาร ทั้งที่ผับอังกฤษ พ่อค้าแม่ครัวฝรั่งเศส ร้านอาหารยิว เมืองนี้มีชีวิตกลางคืนที่ดีที่สุดในแคนาดาพร้อมกับบาร์ hipster คาเฟ่ และไนต์คลับ ที่ตั้งขึ้นทั่วเมือง

11_9.jpg

Photo credit: http://gomontrealtourism.com/place-jacques-cartier/

เดินชมทัศนียภาพอันเก่าแก่ของ Old Montreal มีแกลเลอรี่ ร้านบูติก และร้านเครื่องประดับ house ware และร้านขายของที่ระลึกมากมายใน Old Montreal มีทั้งร้านค้าที่ตั้งอยู่ในอาคารที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ และในช่วงฤดูร้อนผู้ขายและศิลปินจะเปิดขายบนถนนและที่จัตุรัส Place Jacques-Cartier ผู้ขายจำนวนมากเหล่านี้ขายภาพคล้ายๆ กัน ซึ่งคุณจะเห็นได้ทั่วไปในมอนทรีออล ลองดูรอบๆ หลายรายแล้วค่อยซื้อ เพื่อให้แน่ใจว่าคุณได้ราคาที่เป็นธรรมและได้รับสิ่งที่ชอบจริงๆ

 

วันที่  6

จากมอนทรีออลไปออตตาวา เดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 10 นาที ไปออตตาวา

12_2.jpg

Photo credit: https://www.ottawatourism.ca

ที่ใจกลางเมืองออตตาวาอาคารรัฐสภา(Parliament)

13_0.jpg

Photo credit: https://www.gallery.ca

National Gallery of Canada งานทัศนศิลป์ของแคนาดาและชนพื้นเมืองที่สร้างสรรค์ขึ้นมาใหม่ชมสถาบันการถ่ายภาพแห่งประเทศแคนาดาแห่งใหม่ของ Gallery เป็นจุดหมายปลายทางสำหรับการจัดเก็บศิลปะที่ดีที่สุด ในระหว่างการเยี่ยมชมคุณสามารถเข้าร่วมการจัดนิทรรศการพิเศษระดับโลกสำหรับทุกเพศทุกวัย อาคารนี้ได้รับรางวัลด้านการออกแบบสถาปัตยกรรมด้วย จากนั้นเยี่ยมชม Downtown Ottawa  ที่ต้อนรับผู้มาเยือนอย่างเป็นมิตร ได้สัมผัสชีวิตของผู้คน ชาวเมือง แล้วเดินชมเลือกซื้อสินค้าในตลาดตามต้องการ

 

วันที่ 7

ล่องเรือเที่ยวชม 1000 ไอส์แลนด์ และน้ำตกไนแองการ่าที่ยิ่งใหญ่  

14_0.jpg

Photo credit: http://www.divebluescuba.com/

เมืองคิงส์ตัน (Kingston) (ระยะทาง 195 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ช.ม.)  เป็นเมืองเล็กเมืองหนึ่งของแคนาดา ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของทะเลสาบออนทาริโอมาบรรจบกับแม่น้ำเซ็นต์ลอว์เรนซ์ เป็นจุดเริ่มต้นของ 1000 Island  คิงส์ตันเป็นเมืองหลวงเมืองแรกของประเทศแคนาดา แต่ด้วยเนื่องจากเป็นเมืองขนาดเล็กทำให้ถูกโจมตีจากอเมริกา ดังนั้น จึงได้มีการเปลี่ยนเมืองหลวงใหม่เป็น มอนทรีออล-โตรอนโต และออตตาวา ในที่สุด  เริ่มด้วยการล่องเรือเที่ยวชม 1000 ไอส์แลนด์ (Thousand Island) ชมความสวยงามของเกาะแก่งต่างๆ นับพันเกาะ เรียงรายอย่างสวยงาม

15_0.jpg

Photo credit: http://www.skylon.com/best-view-of-niagara-falls/

เดินทางสู่ น้ำตกไนแองการ่า อันยิ่งใหญ่และชื่นชมความงดงามของน้ำตกที่สรรค์สร้างขึ้นโดยธรรมชาติที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลก  ขึ้นหอคอยสกายลอน (Skylon Tower) เพื่อชมวิวที่สวยงาม

น้ำตกไนแอการา อยู่บริเวณทะเลสาบทั้ง 5 ระหว่างประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศแคนาดามีน้ำตกไนแองการ่าแหล่งท่องเที่ยวที่ลือลั่นสนั่นโลกสถานที่แห่งนี้ไม่เคยที่จะร้างห่างลาผู้คน ไม่ว่าจะเป็นฤดูหนึ่งฤดูใดก็ตาม น้ำตกไนแองการ่าที่ไหลลงสู่ทะเลสาบออนตาริโอเป็นผืนน้ำขนาดใหญ่ที่ดูเป็นแอ่งนิ่งและสงบอยู่ในแผ่นดินทางสหรัฐอเมริกา

 

วันที่ 8

ล่องเรือน้ำตกไนแองการ่า – โตรอนโต – ขึ้นหอคอย CN Tower

16_0.jpg

Photo credit: https://www.taketours.com

สัมผัสประสบการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ ในการชมน้ำตกไนแองการ่าอย่างใกล้ชิด กับ การล่องเรือในน้ำตกไนแองการ่า (Hornblower Niagara Cruises) ให้ ถ่ายรูปตามอัธยาศัย และ เดินเล่นบริเวณน้ำตกไนแองการ่า

17.jpg

Photo credit: https://www.niagaracruises.com/experience/explore-our-vessels/ 

โปรแกรมล่องเรือ จะเปิดให้บริการหลังวันที่ 25 เมษายน ของทุกปี จนถึงประมาณสิ้นเดือนตุลาคม แต่อย่างไรก็ตามขึ้นกับสภาพอากาศแต่ละปีด้วย หากเรือไม่สามารถล่องได้อันเนื่องจากสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย  จะทำการเปลี่ยนโปรแกรมล่องเรือเป็นโปรแกรม Journey behind the fall ทดแทน

นำท่านสู่ ไนแองการ่า ช้อปปิ้งเอาท์เลต (Niagara Shopping Outlet) ซึ่งเป็นเอาท์เลตขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใกล้กับน้ำตกไนแองการ่า มีร้านค้ากว่ามากมาย ให้ท่านเลือกซื้อของอย่างจุใจ

18.jpg

Photo credit: https://www.narcity.com

เที่ยวชม เมืองโตรอนโต เป็นเมืองที่ทันสมัยอีกเมืองของประเทศแคนาดา เมืองนี้มีประชากร 2.5 ล้านคนอาศัยอยู่ และเป็นหนึ่งในเมืองเศรษฐกิจของโลกที่สำคัญ รวมทั้งยังเป็นศูนย์รวมของผู้คนจากหลากหลายเชื้อชาติ อาทิ เช่น ชาวโปรตุเกส, ชาวอิตาลี, ชาวละตินอเมริกา และชาวเอเชีย ซึ่งเมืองโตรอนโตยังมีชุมชนชาวจีนที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกาเหนือ เมืองโตรอนโต  ชม มหาวิทยาลัยโตรอนโต ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางการศึกษาของรัฐออนตาริโอ นำท่านถ่ายรูปคู่กับ อาคารรัฐสภา ของรัฐออนตาริโอ

 

วันที่ 9

โตรอนโต – ฮ่องกง

ออกเดินทางจาก สนามบินโตรอนโต (Toronto) สู่ สนามบินเช็คแล๊ปก๊อก ประเทศฮ่องกง (Hong Kong)
********* บินข้ามเส้นแบ่งเขตเวลาสากล *******

 

วันที่ 10

ฮ่องกง-กรุงเทพมหานคร เดินทางถึง สนามบินเช็คแล๊ปก๊อก ประเทศฮ่องกง (Hong Kong)

ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ  (ใช้เวลาบินประมาณ 2.45 ชั่วโมง)  เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ ราว 11 นาฬิกา

รวมเวลาเดินทาง 10 วัน 6 คืน

ออกเดินทางดังนี้ วันที่ 13-22 กรกฎาคม -วันที่ 10-19 สิงหาคม วันที่ 14-23 กันยายน และวันที่ 12-21 ตุลาคม 2561

เดินทางโดย สายการบิน คาเธ่ย์แปซิฟิค

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ E mail: travellerbar2017@gmail.com โทร 0891192600

Web admin's picture
ABOUT THE AUTHOR
POSTED BY Web admin | Wednesday, May 16, 2018 - 23:30
PLAN YOUR TRIP
DEALS & BOOKING
339

Comments

COMMENTS
ADD A COMMENT
Image CAPTCHA
RELATED FEED
POSTED BY Web admin | Monday, November 6, 2017 - 09:54
Pimalai Resort & Spa
LEAVE A COMMENT
POSTED BY Web admin | Monday, October 30, 2017 - 15:07
48 Hrs. IN DRESDEN
LEAVE A COMMENT
POSTED BY Web admin | Tuesday, January 9, 2018 - 08:56
10 ประเทศสุดป๊อบ! น่าเที่ยวทั่วโลกในปี 2018
LEAVE A COMMENT