all

×

Error message

Deprecated function: Function create_function() is deprecated in views_php_handler_field->pre_render() (line 202 of /var/www/html/sites/all/modules/views_php/plugins/views/views_php_handler_field.inc).
อภิมหาโครงการเมืองไอคอนสยาม
POSTED BY travelbaradmin | Tuesday, November 20, 2018 - 09:05

ไอคอนสยาม อภิมหาโครงการเมืองแห่งการใช้ชีวิตสู่โลกอนาคต มูลค่า 54,000 ล้านบาท เปิดประตูอภิมหาโครงการเมืองสัญลักษณ์แห่งความรุ่งโรจน์ของไทยริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งประกอบไปด้วยอาณาจักรศูนย์การค้าแห่งยุค 2 อาคาร คอนโดมิเนียมหรูสุดสง่างาม 2 อาคาร และ 7 สิ่งมหัศจรรย์ของไอคอนสยาม จารึกเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ โดยพลิกโฉมการพัฒนาโครงการที่เป็นจุดหมายปลายทางที่ยิ่งใหญ่ ด้วยคอนเซ็ปต์ “Creating Shared Value” หรือการสร้างประโยชน์ร่วมกันทุกฝ่าย และ “Co-Creation” หรือการร่วมกันรังสรรค์ อย่างเป็นรูปธรรม เต็มรูปแบบ ซึ่งเกิดขึ้นจริงแล้วในสเกลที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในโลก และจะเป็นโครงการที่ “สิ่งที่ดีที่สุดของไทยมาบรรจบกับสิ่งที่ดีที่สุดของโลก” โดยจัดงานเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ด้วยการรวมพลังหัวใจไทยและผู้มีฝีมือระดับโลกมาร่วมกันสร้างปรากฏการณ์บนแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อสะกดทุกสายตาโลก

5 - ICONSIAM.jpg

ตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นได้อย่างชัดเจนถึงการใช้แนวคิดการทำธุรกิจในโลกยุคใหม่ ที่มุ่งเน้นสานประโยชน์ร่วมกันทุกฝ่าย เพื่อเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน คือ 7 สิ่งมหัศจรรย์ของไอคอนสยาม ได้แก่

  1. River ParkCommunity Space ขนาดใหญ่ริมน้ำ เพื่อการใช้สอยทุกวันของชุมชน       ต่อยอดจากโลเคชั่นที่ได้เปรียบในเรื่องของทัศนียภาพที่สวยงามของแม่น้ำเจ้าพระยา มาสู่การสร้างพื้นที่ Community Space ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาขนาดใหญ่กว่า 10,000 ตารางเมตร ที่ไม่เคยมีมาก่อน เปิดให้สาธารณชนเข้ามาใช้ประโยชน์ได้ทุกวัน เป็นการเอื้อประโยชน์กับผู้คนในชุมชนโดยรอบ และผู้คนจากที่ต่างๆ ที่รักและชื่นชอบบรรยากาศแม่น้ำเจ้าพระยา
  2. ระบำสายน้ำที่ยาวที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ‘ICONIC Multimedia Water Features’ จะเป็น Iconic Attraction ระดับโลก ที่ช่วยส่งเสริมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของกรุงเทพฯ และประเทศไทย สร้างความแข็งแกร่งของกรุงเทพฯ เทียบชั้นมหานครอื่นๆ ทั่วโลก เช่น London Eye   ที่เมืองลอนดอน ประเทศอังกฤษ Botanic Garden ที่ Marina Bay Sand ประเทศสิงคโปร์ เป็นต้น โดยจะช่วยจุดประกายการท่องเที่ยวให้กับทั้งแม่น้ำเจ้าพระยาได้อย่างเป็นปรากฏการณ์ 
  3. สุขสยาม เมืองมหัศจรรย์ที่เป็น Co-Creation Space ครั้งแรกในประเทศไทยกับการผนึกกำลังสร้างสรรค์จากชุมชนท้องถิ่น 77 จังหวัดทั่วประเทศ ร่วมสร้าง Platform ธุรกิจ และพื้นที่เชิงวัฒนธรรม โดยสร้างเครือข่ายที่แข็งแกร่งของผู้ประกอบการรายย่อยจากชุมชนระดับท้องถิ่นจาก 77 จังหวัดทั่วประเทศ วิสาหกิจท้องถิ่น ศิลปินตัวจริงจากทุกภาค องค์กรภาครัฐ ช่วยกันสร้างเมืองที่นำเสนอสินค้ายอดนิยมและวัฒนธรรมที่เป็นความภาคภูมิใจของทุกจังหวัด เป็น Platform ต่อยอดการพัฒนาสินค้า เรียนรู้กลไกการค้าปลีกและค้าส่ง สู่ต่างประเทศ การตลาดรูปแบบใหม่อย่างครบวงจร ถือเป็น Commercial Ecosystem ที่มีการบริหารจัดการสินค้าโดยมีผู้เกี่ยวข้องทั่วประเทศและผู้ได้รับประโยชน์ในวงกว้าง สร้างงานสร้างรายได้และนำเสนอคุณค่าของสิ่งขึ้นชื่อของประเทศไทยอย่างเข้าถึงใจคน
  4. ทรูไอคอนฮอลล์ – ศูนย์ประชุมนวัตกรรมล้ำยุค ที่จะส่งต่อธุรกิจเป็นวงกว้างให้แก่ผู้ประกอบการทั้งแม่น้ำ และส่งเสริมอุตสาหกรรม MICE ของประเทศไทย โดยเป็นศูนย์ประชุมมาตรฐานสากลพร้อมนวัตกรรมล้ำยุคแห่งแรกในประเทศไทย ที่สามารถรองรับการจัดงานประชุมระดับชาติ และจัดแสดงโชว์ที่มีชื่อเสียง และงาน MICE ระดับโลกได้ จะเป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยผลักดันให้กรุงเทพฯ และประเทศไทย เป็นศูนย์กลางการประชุมนานาชาติ สนับสนุนอุตสาหกรรม MICE ของประเทศได้ อีกทั้งยังส่งต่อธุรกิจ กระจายผลประโยชน์ไปถึงกลุ่มธุรกิจริมแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งหมด โดยจะเปิดในเดือนกรกฎาคม 2562
  5. รถไฟฟ้าสายสีทอง – ส่งเสริมการพัฒนาเมืองที่เชื่อมต่อการคมนาคม รถ-ราง-เรือ ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนและศักยภาพเศรษฐกิจในวงกว้าง นับเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่เอกชนผู้พัฒนาโครงการใหญ่ สนับสนุนการสร้างระบบขนส่งมวลชนสาธารณะเพื่อช่วยลดปัญหาการจราจร ซึ่งที่จริงแล้วเป็นวิถีปฏิบัติของการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ในหลายประเทศ นอกจากนี้ไอคอนสยามยังสร้างท่าเรือขนาดใหญ่ถึง 4 ท่าในโครงการเพื่อเชื่อมโยงการสัญจรทาง รถ ราง เรือ เข้ากันอย่างสมบูรณ์แบบ อำนวยความสะดวกให้กับผู้คนจำนวนมาก เพิ่มทางเลือกในการเดินทางซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนที่อาศัยอยู่แนวริมแม่น้ำเจ้าพระยาให้ดียิ่งขึ้น
  6. พิพิธภัณฑ์ระดับโลก ริเวอร์ มิวเซียม แบงค็อกCultural Space in Commercial Project พื้นที่องค์ความรู้ให้สาธารณชนเรียนรู้และเข้าถึงศิลปะระดับโลกจากประเทศต่างๆ ได้ในชีวิตประจำวัน การสร้างพื้นที่พิพิธภัณฑ์มาตรฐานสากลครั้งแรกในเมืองไทยที่สามารถรองรับการจัดแสดงงานศิลปะล้ำค่าจากทั่วโลกที่จะหมุนเวียนมาจัดแสดงได้ จะเป็นพื้นที่ Cultural Space ที่ทำให้ผู้คนเข้าถึงและเรียนรู้งานศิลปะจากทั่วโลกได้ง่ายขึ้น เป็นพื้นที่เชิงศิลปะวัฒนธรรมที่สร้างคุณค่าให้แก่สังคม โดยจะเปิดในเดือนกรกฎาคม 2562
  7. ปรากฏการณ์รวมโลกในรอยไทยรวมผลงานอันยอดเยี่ยมของศิลปินทุกแขนงกว่า 100 คน ตั้งแต่ศิลปินท้องถิ่นจากทุกภาคของไทย ไปจนถึงศิลปินแห่งชาติ รวมทั้งศิลปินระดับโลกจากหลายประเทศ มาร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานชิ้นเอกเพื่อไอคอนสยามโดยเฉพาะ ซึ่งไม่เคยปรากฎที่ไหนมาก่อนใน Commercial Project ในประเทศไทย นับเป็นการต่อยอดความสำเร็จของวงการศิลปะไทยสู่เวทีโลก อาทิ เสาจิตรกรรมจากสี่ภาคของไทย โดยศิลปินตัวจริงจาก 4 ภาค คุณทรงเดช ทิพย์ทอง คุณมีชัย สุวรรณสาร คุณอนุชา อุ่นช่วง คุณเป็นไท สว่างศรี ออกแบบลวดลายวิจิตรบรรจง แสดงถึงเอกลักษณ์เฉพาะ วิถีชีวิต วัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของแต่ละภาค รูปปั้นผีตาโขน โดยคุณจิระ จิระประวัติ ณ อยุธยา ศิลปินและนักออกแบบชื่อดัง สะท้อนเอกลักษณ์ของศิลปะภาคอีสานที่สนุกสนาน สร้างสรรค์ จัดจ้านทางอารมณ์ ประทีปต้นผึ้ง โดยคุณกฤตพงศ์ แจ่มจันทร์ เจ้าของรางวัลถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตฯ การประกวดแจกันประดิษฐ์ดอกไม้สด ซึ่งประทีปแสดงถึงความเคารพสูงสุดของชาวล้านนา หนังตะลุง โดยคุณวาที ทรัพย์สิน ทายาทครูหนังตะลุง สุชาติ ทรัพย์สิน ศิลปินแห่งชาติ นำเสนอตัวตะลุงที่มีเอกลักษณ์ดั้งเดิม ในรูปแบบแปลกใหม่ ร่วมกับศิลปินแห่งชาติหลากหลายสาขา อาทิ อาจารย์ปรีชา เถาทอง ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ สาขาย่อยการจิตรกรรม สร้างสรรค์งานจิตรกรรมวิจิตรบรรจงทรงคุณค่าบนโครงสร้างเสาสูง 16 เมตร 4 ต้น อาจารย์ถาวร โกอุดมวิทย์ ศิลปินชั้นครูร่วมสมัยสร้างประติมากรรมใน commercial Space ครั้งแรก เนรมิตเสาแห่งมงคล ขนาดใหญ่ 8 ต้นตระการตาด้วยศิลปะงานพิมพ์และซิลค์สกรีน รวมถึงงานของศิลปินแห่งชาติสาขาดนตรี ซึ่งแต่งเพลงให้ไอคอนสยามโดยเฉพาะ และงานภาพถ่ายจากศิลปินแห่งชาติจำนวนกว่า 400 ภาพ นอกจากนี้ยังมีศิลปินต่างชาติที่มีชื่อเสียงได้มาสร้างสรรค์ผลงานร่วมกับศิลปินไทย ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ไทยที่สามารถรวบรวมงานของทั้งศิลปินไทยและศิลปินต่างชาติทั่วโลกมาไว้ได้มากที่สุด

3 - ICONSIAM.jpg

travelbaradmin's picture
ABOUT THE AUTHOR
POSTED BY travelbaradmin | Tuesday, November 20, 2018 - 09:05
Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Phasellus at elit at ex maximus consequat vel sit amet odio. Cum sociis natoque penatibus et magnis dis parturient montes
PLAN YOUR TRIP
DEALS & BOOKING
OTOP VILLAGE ไปแล้วจะรัก TH
POSTED BY travelbaradmin | Monday, November 12, 2018 - 22:56

เปิดเส้นทางที่ 8 มรดกโลกทางวัฒนธรรม ไปกับ 2 จังหวัด กำแพงเพชร และ ตาก ทั้ง 4 หมู่บ้านได้แก่ หมู่บ้านวังพระธาตุ หมู่บ้านเพชรนิยม หมู่บ้านห้วยปลาหลด หมู่บ้านป่าไร่เหนือ หมู่บ้านที่ยังคงความเป็นไทยไว้อย่างงดงาม ทั้งข้าวของเครื่องใช้ วัฒนธรรม การใช้ชีวิต และแต่ละหมู่บ้านมีของ OTOP เป็นของตนเอง ไปดูกันแต่ละหมู่บ้าน

หมู่บ้าน วังพระธาตุ

allnew (3 of 52)_2.jpg

สำหรับหมู่บ้าน วังพระธาตุ มีตำนานมากมาย ดังกลอน "เจดีย์เจ็ดยอดงาม ท้าวแสนปมนามกระเดื่อง วัดวังพระธาตุฟูเฟื่อง เลื่องลือไกลไตรตรึงษ์" สำหรับเส้นทางท่องเที่ยวเมืองไตรตรึงษ์ มีสถานที่ท่องเที่ยว ดังๆ ทั้งตำนานท้าวแสนปม ที่คนหนุ่มสาวชอบมาขอหรือบนเรื่องเกี่ยวกับความรัก และเส้นทางเสด็จประภาษของรัชกาลที่ 5 

allnew (5 of 52).jpg

 ศาลท้าวแสนปม

allnew (6 of 52).jpg

ทางที่รัชกาลที่ 5 เดินเสด็จประภาษ

นอกจากสถานที่ท่องเที่ยวแล้ว สำหรับหมู่บ้านวังพระธาตุยังมี การจัดให้นั่งรถชมหมู่บ้าน สำหรับรถที่พาชมคือรถอีต็อก ได้ฟิลชมธรรมชาติสุดๆ 

allnew (11 of 52).jpg

 นั่งรถอีต็อกชมหมู่บ้าน

ของดีของฝาก หมู่บ้านวังพระธาตุ คือ น้ำพริกกำแพงพัง กล้วยฉาบ ขนมตาล 

allnew (17 of 52).jpg

วัดวังพระธาตุ 

หมู่บ้าน เพชรนิยม

allnew (18 of 52).jpg

 การแสดงต้อนรับ

หมู่บ้านเพชรนิยม มีสถานที่ท่องเที่ยวที่รอให้ผู้คนมาชมทั้ง การชมการถักชุดกระเหรี่ยง หมู่บ้านที่สวยงามและ ถ้ำแสงเพชร ที่ยามส่องไปยังผนังถ้ำจะส่องประกายวิบวับ แวววาว สวยงามเหมือนเพชร 

allnew (21 of 52).jpg

 รถอีต็อกสำหรับพาไปชม

allnew (23 of 52).jpg

ธรรมขาติที่สวยงามของหมู่บ้าน

allnew (24 of 52).jpg

คุณยายถักทอชุดกระเหรี่ยง

สำหรับชุดกระเหรี่ยงที่ถักแต่ละตัว ใช้เวลาประมาณ 3 วัน เพราะทุกส่วนทุกรายละเอียดให้มือในการทอล้วนๆ เพราะฉนั้นสำหรับราคาของชุดกระเหรี่ยงนั้นจึงมีราคานิดหน่อย ซึ่งถ้าคนไม่ได้มาเห็นอาจจะมองว่าแพงไปนิด แต่สำหรับวิธีการผลิตมันไม่ได้ง่ายเลย ต่อมาไปกันที่ถ้ำแสงเพชร สถานที่ที่เป็นจุดศูนย์รวมศรัทธาของคนในหมู่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นพิธีกรรมต่างๆที่สำคัญ ก็ล้วนแต่จัดที่นี่ทั้งนั้น

allnew (25 of 52).jpg

 ถ้ำแสงเพชร

allnew (26 of 52).jpg

ภายในถ้ำแสงเพชร

 หมู่บ้าน ห้วยปลาหลด

allnew (31 of 52).jpg

ทางเข้าไปยังหมู่บ้านห้วยปลาหลด

สำหรับการเดินทางไปที่ห้วยปลาหลด ให้ติดต่อกับทางหมู่บ้าน ทางหมู่บ้านจะมีรถกะบะไปรับขึ้นมา สำหรับหมู่บ้านห้วยปลาหลด  มีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายทั้ง จุดชมวิว วัด แต่ที่ขึ้นชื่อคงไม่พ้น กาแฟ เพราะที่นี่ปลูกกาแฟ และผลิตส่งขายเองด้วย

allnew (37 of 52).jpg

 โรงทำกาแฟของหมู่บ้าน

จุดชมวิวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านคือ ล้อ ฆ้อ คอ สำหรับทางขึ้นไปยัง จุดชมวิวนั้น รถสามารถขึ้นได้ทีละคันเท่านั้นและต้องเดินเท้าขึ้นไปต่อเพราะ รถไม่สามารถสวนทางกันได้ เพราะฉะนั้นสำหรับใครที่จะขึ้นไปแนะนำให้ติดต่อกับทางจุดบริการนักท่องเที่ยวก่อนให้ช่วยจัดการการเดินทางขึ้นให้

allnew (39 of 52).jpg

จุดชมวิว ล้อ ฆ้อ คอ

ธรรมชาติกันไปแล้ว มาดูสถานที่จุดศูนย์รวมศรัทธาของคนในหมู่บ้านกัน สำหรับหมู่บ้าน มีวัดคือวัดถ้ำจุนโท สร้างโดยหลวงปู่เจี๊ยะ เป็นสถานประกอบพิธีกรรมสำคัญภายในหมู่บ้าน 

allnew (35 of 52)_0.jpg

เด็กในหมู่บ้าน สวดมนต์ ภายในวัดถ้ำจุนโท

หมู่บ้าน ป่าไร่เหนือ

allnew (45 of 52).jpg

 การแสดงของชนเผ่า "รำดาบกระเหรี่ยง"

มาถึงหมู่บ้าน ชาวบ้านก็ได้จัดการแสดงไว้ตอนรับอย่างดี และพาไปชมสถานที่ท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อ และพาชมชุมชน ที่สวยงาม

allnew (47 of 52).jpg

การจักสานของชาวกระเหรี่ยง

allnew (49 of 52).jpg

ร้านขายของ OTOP ของหมู่บ้าน

หลังจากเดินชมหมู่บ้านแล้วก็ไปยังสถานที่สุดท้ายของทริปนี้ก็คือ ถ้ำซามูไร ที่มีประวัติยาวนานของหมู่บ้าน

allnew (50 of 52).jpg

allnew (51 of 52).jpg

allnew (52 of 52).jpg

ถ้ำซามูไร 

travelbaradmin's picture
ABOUT THE AUTHOR
POSTED BY travelbaradmin | Monday, November 12, 2018 - 22:56
Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Phasellus at elit at ex maximus consequat vel sit amet odio. Cum sociis natoque penatibus et magnis dis parturient montes
PLAN YOUR TRIP
DEALS & BOOKING
OTOP VILLAGE ไปแล้วจะรัก
POSTED BY travelbaradmin | Monday, November 12, 2018 - 22:55

เปิดเส้นทางที่ 8 มรดกโลกทางวัฒนธรรม ไปกับ 2 จังหวัด กำแพงเพชร และ ตาก ทั้ง 4 หมู่บ้านได้แก่ หมู่บ้านวังพระธาตุ หมู่บ้านเพชรนิยม หมู่บ้านห้วยปลาหลด หมู่บ้านป่าไร่เหนือ หมู่บ้านที่ยังคงความเป็นไทยไว้อย่างงดงาม ทั้งข้าวของเครื่องใช้ วัฒนธรรม การใช้ชีวิต และแต่ละหมู่บ้านมีของ OTOP เป็นของตนเอง ไปดูกันแต่ละหมู่บ้าน

หมู่บ้าน วังพระธาตุ

allnew (3 of 52)_2.jpg

สำหรับหมู่บ้าน วังพระธาตุ มีตำนานมากมาย ดังกลอน "เจดีย์เจ็ดยอดงาม ท้าวแสนปมนามกระเดื่อง วัดวังพระธาตุฟูเฟื่อง เลื่องลือไกลไตรตรึงษ์" สำหรับเส้นทางท่องเที่ยวเมืองไตรตรึงษ์ มีสถานที่ท่องเที่ยว ดังๆ ทั้งตำนานท้าวแสนปม ที่คนหนุ่มสาวชอบมาขอหรือบนเรื่องเกี่ยวกับความรัก และเส้นทางเสด็จประภาษของรัชกาลที่ 5 

allnew (5 of 52).jpg

 ศาลท้าวแสนปม

allnew (6 of 52).jpg

ทางที่รัชกาลที่ 5 เดินเสด็จประภาษ

นอกจากสถานที่ท่องเที่ยวแล้ว สำหรับหมู่บ้านวังพระธาตุยังมี การจัดให้นั่งรถชมหมู่บ้าน สำหรับรถที่พาชมคือรถอีต็อก ได้ฟิลชมธรรมชาติสุดๆ 

allnew (11 of 52).jpg

 นั่งรถอีต็อกชมหมู่บ้าน

ของดีของฝาก หมู่บ้านวังพระธาตุ คือ น้ำพริกกำแพงพัง กล้วยฉาบ ขนมตาล 

allnew (17 of 52).jpg

วัดวังพระธาตุ 

หมู่บ้าน เพชรนิยม

allnew (18 of 52).jpg

 การแสดงต้อนรับ

หมู่บ้านเพชรนิยม มีสถานที่ท่องเที่ยวที่รอให้ผู้คนมาชมทั้ง การชมการถักชุดกระเหรี่ยง หมู่บ้านที่สวยงามและ ถ้ำแสงเพชร ที่ยามส่องไปยังผนังถ้ำจะส่องประกายวิบวับ แวววาว สวยงามเหมือนเพชร 

allnew (21 of 52).jpg

 รถอีต็อกสำหรับพาไปชม

allnew (23 of 52).jpg

ธรรมขาติที่สวยงามของหมู่บ้าน

allnew (24 of 52).jpg

คุณยายถักทอชุดกระเหรี่ยง

สำหรับชุดกระเหรี่ยงที่ถักแต่ละตัว ใช้เวลาประมาณ 3 วัน เพราะทุกส่วนทุกรายละเอียดให้มือในการทอล้วนๆ เพราะฉนั้นสำหรับราคาของชุดกระเหรี่ยงนั้นจึงมีราคานิดหน่อย ซึ่งถ้าคนไม่ได้มาเห็นอาจจะมองว่าแพงไปนิด แต่สำหรับวิธีการผลิตมันไม่ได้ง่ายเลย ต่อมาไปกันที่ถ้ำแสงเพชร สถานที่ที่เป็นจุดศูนย์รวมศรัทธาของคนในหมู่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นพิธีกรรมต่างๆที่สำคัญ ก็ล้วนแต่จัดที่นี่ทั้งนั้น

allnew (25 of 52).jpg

 ถ้ำแสงเพชร

allnew (26 of 52).jpg

ภายในถ้ำแสงเพชร

 หมู่บ้าน ห้วยปลาหลด

allnew (31 of 52).jpg

ทางเข้าไปยังหมู่บ้านห้วยปลาหลด

สำหรับการเดินทางไปที่ห้วยปลาหลด ให้ติดต่อกับทางหมู่บ้าน ทางหมู่บ้านจะมีรถกะบะไปรับขึ้นมา สำหรับหมู่บ้านห้วยปลาหลด  มีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายทั้ง จุดชมวิว วัด แต่ที่ขึ้นชื่อคงไม่พ้น กาแฟ เพราะที่นี่ปลูกกาแฟ และผลิตส่งขายเองด้วย

allnew (37 of 52).jpg

 โรงทำกาแฟของหมู่บ้าน

จุดชมวิวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านคือ ล้อ ฆ้อ คอ สำหรับทางขึ้นไปยัง จุดชมวิวนั้น รถสามารถขึ้นได้ทีละคันเท่านั้นและต้องเดินเท้าขึ้นไปต่อเพราะ รถไม่สามารถสวนทางกันได้ เพราะฉะนั้นสำหรับใครที่จะขึ้นไปแนะนำให้ติดต่อกับทางจุดบริการนักท่องเที่ยวก่อนให้ช่วยจัดการการเดินทางขึ้นให้

allnew (39 of 52).jpg

จุดชมวิว ล้อ ฆ้อ คอ

ธรรมชาติกันไปแล้ว มาดูสถานที่จุดศูนย์รวมศรัทธาของคนในหมู่บ้านกัน สำหรับหมู่บ้าน มีวัดคือวัดถ้ำจุนโท สร้างโดยหลวงปู่เจี๊ยะ เป็นสถานประกอบพิธีกรรมสำคัญภายในหมู่บ้าน 

allnew (35 of 52)_0.jpg

เด็กในหมู่บ้าน สวดมนต์ ภายในวัดถ้ำจุนโท

หมู่บ้าน ป่าไร่เหนือ

allnew (45 of 52).jpg

 การแสดงของชนเผ่า "รำดาบกระเหรี่ยง"

มาถึงหมู่บ้าน ชาวบ้านก็ได้จัดการแสดงไว้ตอนรับอย่างดี และพาไปชมสถานที่ท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อ และพาชมชุมชน ที่สวยงาม

allnew (47 of 52).jpg

การจักสานของชาวกระเหรี่ยง

allnew (49 of 52).jpg

ร้านขายของ OTOP ของหมู่บ้าน

หลังจากเดินชมหมู่บ้านแล้วก็ไปยังสถานที่สุดท้ายของทริปนี้ก็คือ ถ้ำซามูไร ที่มีประวัติยาวนานของหมู่บ้าน

allnew (50 of 52).jpg

allnew (51 of 52).jpg

allnew (52 of 52).jpg

ถ้ำซามูไร 

travelbaradmin's picture
ABOUT THE AUTHOR
POSTED BY travelbaradmin | Monday, November 12, 2018 - 22:55
Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Phasellus at elit at ex maximus consequat vel sit amet odio. Cum sociis natoque penatibus et magnis dis parturient montes
PLAN YOUR TRIP
DEALS & BOOKING
แพรพรรณลุ่มภูสู่สากล 2018
POSTED BY travelbaradmin | Wednesday, November 7, 2018 - 14:35

จังหวัดหนองบัวลำภู โดย สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดหนองบัวลำภู กำหนดจัดงาน “แพรพรรณลุ่มภูสู่สากล 2018” ระหว่างที่ 12 - 16 พฤศจิกายน 2561 ณ ลานสนามสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู เวลา 10.00 – 21.00 น. ภายใต้โครงการเพิ่มศักยภาพการผลิตและการตลาดผ้าทอลุ่มภู เพื่อประชาสัมพันธ์และพัฒนาศักยภาพด้านการออกแบบและนวัตกรรมการผลิตและแปรรูปผลิตภัณฑ์ผ้า สร้างมูลค่าเพิ่มของผลิตภัณฑ์ผ้า และสร้างรายได้ให้กับชุมชน ภายในงานพบสุดยอดผลิตภัณฑ์ผ้าทอ, เครื่องแต่งกาย และสินค้า OTOP ระดับ Premium รวมทั้งงานนี้ก็ยังจะเป็นโอกาสของผู้บริโภค และนักท่องเที่ยว ที่จะได้เลือกซื้อสินค้าที่หลากหลายที่มีคุณภาพจากจังหวัดหนองบัวลำภู

นายชัยธวัช  เนียมศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู กล่าวว่า “ตามที่รัฐบาล ได้กำหนดยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2560 - 2579) เพื่อเป็นกรอบและแนวทางการพัฒนาให้หน่วยงานทุกภาคส่วนนำไปใช้ในการปฏิบัติงานเพื่อให้บรรลุ วิสัยทัศน์การพัฒนาประเทศไทย มุ่งสู่ความ “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” และแนวคิดการพัฒนาเศรษฐกิจใหม่ของรัฐบาล ประเทศไทย 4.0 ภายใต้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ด้วยการสร้างความเข้มแข็ง จากภายในและเชื่อมโยงกับตลาดภายนอกประเทศโดยผ่านกระบวนการ ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่แล้วชุมชนให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น ทรัพยากรบุคคลภูมิปัญญาท้องถิ่น และทรัพยากรธรรมชาติ เป็นต้น เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากให้มั่นคงและชุมชนเข้มแข็งพึ่งตนเองได้ ซึ่งในจังหวัดหนองบัวลำภู มีสินค้าผลิตภัณฑ์ชุมชนกระจายอยู่ในพื้นที่ทุกอำเภอ โดยเฉพาะสินค้าผลิตภัณฑ์ชุมชนประเภทผ้า ซึ่งมีกลุ่มทอผ้าพื้นเมือง จำนวน 151 กลุ่ม ถือเป็นแหล่งผลิตผ้าพื้นเมืองที่มีคุณภาพและมีชื่อเสียงระดับประเทศ ดังนั้น เพื่อประชาสัมพันธ์และกระตุ้นตลาดสินค้าจังหวัดหนองบัวลำภู พัฒนาศักยภาพด้านการออกแบบและนวัตกรรมการผลิตและแปรรูปผลิตภัณฑ์ผ้า เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มของผลิตภัณฑ์ผ้า และสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการและชุมชนต่อไป ซึ่งเป็นการจัดงานครั้งนี้เป็นการจัดงานครั้งที่ 2 โดยได้จัดครั้งที่ 1 เมื่อปีที่ผ่านมาประสบความสำเร็จอย่างงดงาม ปีนี้จึงเป็นการจัดต่อยอดจากปีที่ผ่านมา”

ด้านนางสงวน  มะเสนา พัฒนาการจังหวัดหนองบัวลำภู กล่าวถึงรายละเอียดกิจกรรมในงาน “แพรพรรณลุ่มภูสู่สากล 2018” ครั้งนี้ ประกอบด้วย

กิจกรรมการเจรจาการค้า / จับคู่ธุรกิจ โดยกิจกรรมจะจัดขึ้นภายในงานวันที่ 12 - 13 พฤศจิกายน 2561

กิจกรรมการประกวดนักออกแบบ Fashion Designer จากผ้าจังหวัดหนองบัวลำภู ภายใต้แนวความคิด “วิถีเมืองหนองบัวลุ่มภู สู่สากล”ประกอบด้วย 4 ประเภทคือ ประเภทชุดลำลอง, ประเภทชุดทำงาน, ประเภทชุดราตรี และประเภทของใช้ของที่ระลึก โดยจะมีการประกาศผลรางวัลพร้อมพิธีมอบรางวัล และประกาศนียบัตร 12 พฤศจิกายน 2561

กิจกรรมการจัดทำภาพยนตร์สั้น เรื่อง “แพรพรรณลุ่มภู EP2” ที่เป็นการนำเสนอเรื่องราวต่อยอดจากการจัดงานครั้งที่ 1 โดยเนื้อเรื่องย่อ เป็นเรื่องราวของดีไซน์เนอร์ชื่อดังของฝรั่งเศส เดินทางตามหาผ้าลวดลายอันแสนวิเศษที่ตนปรารถนา จนมาพบว่าผ้าผืนนั้นเป็นผ้าที่ผลิตจากจังหวัดหนองบัวลำภู

กิจกรรมการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้า  สุดยอดผลิตภัณฑ์ผ้าทอ, เครื่องแต่งกาย และสินค้า OTOP ระดับ Premium ของจังหวัดหนองบัวลำภูมากกว่า 120 คูหา ระหว่างวันที่ 12 – 16 พฤศจิกายน 2561 ณ ลานสนามสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู ตั้งแต่เวลา เวลา 10.00 – 21.00 น ภายในงานประกอบด้วย

  • พิธีเปิดงาน ในวันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 โดยมี ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภูเป็นประธานในพิธีเปิด
  • การแสดงแสงสีเสียงชุด“พิลาศภูษา วิวัฒนาภรณ์ ออนซอนเมืองลุ่มภู”
  • การแสดงแฟชั่นโชว์ชุด “พลวัตรพัสตราภรณ์ ออนซอนเมืองลุ่มภู” นำโดยน้ำตาล ชลิตา และนิว วงศกร
  • การจัดนิทรรศการวิถีผ้าเมืองลุ่มภู
  • กิจกรรมส่งเสริมการขายลุ้นโชค รถจักรยานยนต์ YAMAHA Grand Filano และสร้อยคอทองคำ
  • มินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง 12 พ.ย.-ตั๊กแตน ชลดา, 13 พ.ย.-ลำไย ไหทองคำ, 14 พ.ย.-แซ็ค ชุมแพ, 15 พ.ย.-บอย พนมไพร,  16 พ.ย.-ต้าร์ ตวจ. และการแสดงวงดนตรีโปงลางคณะรวมศิลป์ถิ่นลุ่มภู พร้อมการแสดงศิลปวัฒนธรรมเป็นประจำทุกวัน

คุณสุมามาลย์ เต๋จ๊ะ ผู้ประกอบการ OTOP จังหวัดหนองบัวลำภูกล่าวถึงลักษณะเด่นของผ้า/ลายผ้าหนองบัว        อัตลักษณ์ผ้าหนองบัวลุ่มภู การทอผ้า เป็นเอกลักษณ์ของภูมิปัญญาชาวบ้านของจังหวัดหนองบัวลำภู ในอดีตนิยมทอผ้าเพื่อนำมาใช้ใน สำหรับผ้าขิดมีวิธีการทอที่ยุ่งยากกว่าผ้าทอชนิดอื่น จึงจัดไว้สำหรับเป็นผ้าของสิ่งศักดิ์สิทธิ์โดยการนำไปถวายพระ การทอผ้าขิด  บ่งบอกถึงลักษณะนิสัยของผู้ทอได้ว่าเป็นผู้ที่มีความอดทน สุขุมเยือกเย็น ละเอียดอ่อน ในปัจจุบันผ้าหมี่ขิดและผ้าขิด มีการนำไปใช้ประโยชน์อย่างกว้างขวาง และไม่มีข้อห้ามในผ้าขิดหรือผ้าชนิดอื่นอีกต่อไป

การพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าพื้นเมืองให้สู่ตลาดแฟชั่นสากล เป็นเรื่องที่ท้าทาย จังหวัดหนองบัวลำภู โดยเครือข่าย OTOP จังหวัด และ OTOP Trader จังหวัด ได้รวมตัวเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้และพัฒนาคุณภาพผ้าทอ รวมทั้งส่งเสริมการแปรรูป รวมทั้งสนับสนุนจัดหาผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางให้ความรู้ ทั้งทอผ้า การฟอก การย้อมสีธรรมชาติหรือสีสังเคราะห์ การออกแบบ พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สามารถตอบสนองตลาดผู้บริโภคเป้าหมาย และสร้างการประชาสัมพันธ์ ผ่าน Internet และช่องทางสื่อออนไลน์ ต่างๆ

นอกจากนี้ จังหวัดหนองบัวลำภู ยังให้การสนับสนุนผ้าพื้นเมือง ด้วยการจัดงาน “แพรพรรณลุ่มภูสู่สากล” ขึ้น ซึ่งปีนี้เป็นครั้งที่ 2 โดยมุ่งหวังให้ผู้ผลิตผ้าได้เกิดการพัฒนาและเรียนรู้จากกิจกรรมต่างๆ ที่จังหวัดจัดขึ้น อาทิ การฝึกอบรม                 ผู้ประกอบด้านการออกแบบและแปรรูป และการจัดกิจกรรมประกวดนักออกแบบ Fashion Designer จากผ้าพื้นเมืองหนองบัวลุ่มภู เพื่อให้มีการแปรรูปผ้าพื้นเมืองให้มีความหลากหลาย และประชาสัมพันธ์ให้ผ้าพื้นเมืองเป็นที่รู้จักแก่ภายนอก ต่อไป

ด้านนายเกียรติพงษ์  คชวงษ์ ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเลย กล่าวเชิญชวนให้ร่วมงาน “แพรพรรณลุ่มภูสู่สากล 2018” และท่องเที่ยวจังหวัดหนองบัวลำภู การที่จังหวัดหนองบัวลำภูจะได้จัดงาน “แพรพรรณลุ่มภูสู่สากล 2018” ณ ลานสนามสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู นับเป็นโอกาสอันดี ที่จะได้ไปร่วมงานดังกล่าว และเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจในจังหวัดหนองบัวลำภู การเดินทางไปยังจังหวัดหนองบัวลำภู มีความสะดวกสบายสามารถเลือกใช้ได้หลายวิธี ทั้งทางรถยนต์ รถประจำทาง รถไฟหรือเครื่องบินไปยังจังหวัดอุดรธานี แล้วนั่งรถยนต์โดยสารประจำทางจากอุดรธานีไปจังหวัดหนองบัวลำภู (ระยะทางประมาณ ๔๕ กม.)

และถ้าหากท่านต้องการทราบข่าวสารการจัดงานสามารถเข้าดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

1.  เวปไซต์ของสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดหนองบัวลำภู (http://nongbua.cdd.go.th/) และ facebookสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดหนองบัวลำภู  เบอร์โทรศัพท์ 0-4231-6728

2.  เฟชบุ๊คแฟนเพจ“แพรพรรณลุ่มภู สู่สากล”(https://www.facebook.com/ NongBuaLamphuTextileFair)

3.  เฟชบุ๊คแฟนเพจ “C-MICE Thailand” (https://www.facebook.com/CMICEThailand/)  

แล้วพบกัน 12-16 พฤศจิกายน 2561 ณ ลานสนามสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ตั้งแต่เวลา 10.00 – 21.00 น.

travelbaradmin's picture
ABOUT THE AUTHOR
POSTED BY travelbaradmin | Wednesday, November 7, 2018 - 14:35
Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Phasellus at elit at ex maximus consequat vel sit amet odio. Cum sociis natoque penatibus et magnis dis parturient montes
PLAN YOUR TRIP
DEALS & BOOKING
ต่างชาติดูงาน “สามพรานโมเดล”
POSTED BY travelbaradmin | Wednesday, October 31, 2018 - 14:21

คณะผู้บริหารระดับสูงจากประเทศคู่ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาของประเทศไทย จำนวน 11 ประเทศ ได้แก่  ประเทศบรูไน โคลัมเบีย ลาว มาเลเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ สิงค์โปร์ บังคลาเทศ ศรีสังกา เยอรมณี รวมถึง ศูนย์พัฒนาและฝึกอบรมคนพิการแห่งเอเชียและแปชิฟิก ศึกษาดูงานการขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์ สู่การสร้างระบบอาหารสมดุล ภายใต้สามพรานโมเดล   และ Organic Tourism

การดูงานครั้งนี้wfhรวมถึงศึกษาการดำเนินธุรกิจของสวนสามพราน เพื่อเรียนรู้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ เกี่ยวกับการประยุกต์ใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ในภาคการท่องเที่ยวและงานพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน  เป็นหนึ่งในโปรแกรมการอบรมหลักสูตรความพอเพียงในการพัฒนาอย่างยั่งยืน (STiSD) ครั้งที่ 2 ที่ กรมความร่วมมือระหว่างประเทศ กระทรวงต่างประเทศ ร่วมกับ วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล จัดขึ้น ระหว่างวันที่ 19-23 ตุลาคม 2561  ณ สวนสามพราน จ.นครปฐม

วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) โดย รศ.ดร.วิชิตา รักธรรม รองคณบดี งานบริการวิชาการ องค์กรผู้ร่วมจัดอบรม ได้เชิญ คุณอรุษ นวราช ผู้บริหารสวนสามพรานและเป็นผู้ริเริ่ม สามพรานโมเดล เป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้ พร้อมแบ่งปันประสบการณ์ การขับเคลื่อนสามพรานโมเดล โมเดลธุรกิจที่ยั่งยืน บนฐานการค้าที่เป็นธรรม ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

พร้อมกันนี้ได้เชิญภาคีร่วมขับเคลื่อนทั้งตัวแทนผู้ประกอบการในฐานะผู้บริโภค และเกษตรกรผู้ผลิต อาทิ ดร.วิษณุ บ่างสมบูรณ์ ผู้อำนวยการด้านการพัฒนาองค์กร กลุ่มโรงแรมสุโกศล หนึ่งในองค์กรภาคธุรกิจโรงแรม และคุณวรากร เลาหเสรีกุล อดีตนักธุรกิจ ที่ผันตัวเองมาทำเกษตรกรอินทรีย์ มานำเสนอหลักความคิด แบ่งปันประสบการณ์ และถ่ายทอดแรงบันดาลใจ ที่สะท้อนคุณค่าของเกษตรออร์แกนิก ที่ไม่ใช่แค่ดีต่อสุขภาพ แต่ยังช่วยเรื่อง เศรษฐกิจ สังคม  สิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้น และนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

คุณอรุษ นวราช ผู้บริหารสวนสามพราน ได้พาคณะดูงานลงพื้นที่สัมผัสวิถีเกษตรอินทรีย์ ดูการจัดการระบบฟาร์มที่ ปฐม ออร์แกนิก ฟาร์ม พร้อมทั้งไปเยี่ยมชมชุมชนตัวอย่างการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเกษตรกรอินทรีย์ต้นแบบ คุณประหยัด ปานเจริญ หัวหน้ากลุ่มเกษตรอินทรีย์บางช้าง หนึ่งในสมาชิกเครือข่ายสามพรานโมเดล ผู้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในการทำสวนผลไม้อินทรีย์ โดยใช้เวลานานกว่า 10 ปี ฝ่าฟันอุปสรรค จนประสบความสำเร็จอย่างน่าชื่นชม พาครอบครัวหลุดพ้นวงจรเคมีสู่วิถีอินทรีย์ยั่งยืน สามารถปลดหนี้ และได้ไถ่ถอนโฉนดคืน อีกทั้งยกระดับตัวเองสู่เกษตรกรอินทรีย์ต้นแบบ

นอกจากนี้ ยังแบ่งปันความรู้เรื่องการจัดการขยะอาหาร (Food waste) ที่สามารถจัดการขยะที่เกิดขึ้นภายในโรงแรมได้หมด 100 %  โดยนำไปเพิ่มมูลค่า ด้วยการนำไปเลี้ยงไส้เดือน เลี้ยงหมูเลี้ยงเป็ด ทำปุ๋ยหมักใช้ในแปลงเกษตรอินทรีย์ และผลิตน้ำมันไบโอดีเซลใช้กับพาหนะของโรงแรม ซึ่งไม่เฉพาะช่วยลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นเท่านั้น แต่ยังช่วยลดคาร์บอนฟุตพรินท์ได้อีกด้วย

travelbaradmin's picture
ABOUT THE AUTHOR
POSTED BY travelbaradmin | Wednesday, October 31, 2018 - 14:21
Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Phasellus at elit at ex maximus consequat vel sit amet odio. Cum sociis natoque penatibus et magnis dis parturient montes
PLAN YOUR TRIP
DEALS & BOOKING
มิวเซียมสยาม พาส่องไตรภูมิจักรวาล
POSTED BY travelbaradmin | Wednesday, October 31, 2018 - 15:14

ร้อยเอ็ด เพชรงามแห่งเมืองอีสาน ไม่เพียงแค่ได้ชื่อว่าเป็น “อัญมณีด้านวัฒนธรรมเม็ดงามแห่งเมืองอีสาน” เท่านั้น จังหวัดร้อยเอ็ด ยังได้รับการขนานนามให้เป็นอีกหนึ่งเมืองแห่งการเรียนรู้ ซึ่งภาครัฐเองเร่งพัฒนาให้มีแหล่งเรียนรู้ที่เหมาะสม ตลอดจนสิ่งอำนวยความสะดวกรองรับการเติบโต โดยล่าสุดสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (มิวเซียมสยาม) ร่วมกับศูนย์วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมเพื่อการศึกษาร้อยเอ็ด จัดทำนิทรรศการชุดใหม่ ชุด “นิทานจักรวาล” เป็นนิทรรศการดาราศาสตร์ฉบับไทยๆ แห่งแรก และแห่งเดียวในประเทศ ที่ผสมผสานเข้ากับวัฒนธรรม และคติชนวิทยา เพื่อเป็นอีกหนึ่งแหล่งเรียนรู้ด้านวัฒนธรรมประจำเมืองร้อยเอ็ด ที่ห้ามพลาดมาเที่ยวชม

 

image.png

นายราเมศ พรหมเย็น ผู้อำนวยการสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (มิวเซียมสยาม) กล่าวว่า ศูนย์วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมเพื่อการศึกษาร้อยเอ็ด เป็นพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ ที่ขึ้นชื่อเรื่องนิทรรศการด้านดาราศาสตร์ และมีท้องฟ้าจำลองที่ใหญ่ที่สุดของภูมิภาค ซึ่งหากพิจารณาตามชื่อ “ศูนย์วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมเพื่อการศึกษาร้อยเอ็ด” แล้ว จะพบว่า พิพิธภัณฑ์ยังขาดนิทรรศการด้านวัฒนธรรม มิวเซียมสยามเล็งเห็นถึงเอกลักษณ์ของเมืองร้อยเอ็ดที่โดดเด่นด้านวัฒนธรรม และโอกาสในการนำเสนอเรื่องราว จึงร่วมพัฒนานิทรรศการ ที่มีความเกี่ยวเนื่องกับเนื้อหาในศูนย์วิทยาศาสตร์ฯ ร้อยเอ็ด นั่นคือ จักรวาล โดยนำไปเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมพื้นถิ่นแบบไทยๆ จนเป็นนิทรรศการ “นิทานจักรวาล” ที่นำเสนอจักรวาลแบบไทย ที่สะท้อนถึงวัฒนธรรม และวิถีการดำเนินชีวิตของชาวไทย ด้วยแนวคิดของพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ หรือ ดิสคัฟเวอรีมิวเซียม (Discovery Museum) ที่เน้นให้ผู้ชมเรียนรู้ด้วยตัวเองผ่านการตั้งคำถาม และชวนค้นหาคำตอบภายในนิทรรศการ

จากคติชนวิทยา สู่วิถีชาวไทยในปัจจุบัน “นิทานจักรวาล” เป็นนิทรรศการที่ผสมผสานความเชื่อ กับวัฒนธรรมแบบไทย ซึ่งนำเสนอจักรวาลแบบไทยๆ ที่สอดแทรกอยู่ในบทเรียน ได้แก่ “ไตรภูมิจักรวาล” เพื่อให้ประชาชนได้เรียนรู้เข้าใจจักรวาลตามความเชื่อไทย ที่เห็นภาพได้ง่าย ชัดเจน เข้าใจมากยิ่งขึ้น และสามารถเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของคติชนวิทยาดังกล่าว ที่เข้ามามีบทบาทต่อวิถีชีวิตแบบชาวไทยที่คนไทยยึดถือปฏิบัติมาจนถึงทุกวันนี้ โดยนิทรรศการดังกล่าว แบ่งออกเป็น 6 โซนจัดแสดง ดังนี้

image.png

 

1. ประตูสู่จักรวาล
เมื่อคุณก้าวเท้าเข้ามา จะพบกับอุโมงค์แบ็กไลท์ ซึ่งจะพาคุณเตรียมดำดิ่งสู่การเรียนรู้ “ไตรภูมิจักรวาล” จักรวาลแบบไทยๆ โดยผนังซ้ายและขวารอบตัว นำเสนอภาพกราฟิกบอกเล่าเรื่องราวการทำความดี ความชั่ว อันสะท้อนให้เห็นว่า แท้จริงแล้ว “ไตรภูมิจักรวาล” เป็นเรื่องใกล้ตัวกว่าที่คิด และได้รับการปลูกฝังมาตั้งแต่คนไทยเริ่มจำความได้

image.png

 

2. ดินแดนในนิทาน
เมื่อผ่านประตูจักรวาลเข้ามา จะได้พบกับโซนไฮไลท์ชูโรงของนิทรรศการ ที่จะพาทุกคนไปเข้าใจกับไตรภูมิจักรวาลผ่านโมเดลไตรภูมิจักวาลที่ตั้งเด่นกลางห้อง ซึ่งจำลองแดนมนุษย์ แดนบุญ หรือสวรรค์ และแดนบาป หรือนรก ชั้นต่างๆ พร้อมกลไกเคลื่อนไหว และโมชันกราฟิก ปรากฏการณ์ตามความเชื่อ อาทิ การเกิดกลางวัน กลางคืน จากการเคลื่อนที่ของดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์ ราหูอมจันทร์ เป็นต้น โดยสามารถเรียนรู้สิ่งมีชีวิตที่อยู่ในแต่ละภพภูมิ อาทิ เทวดา สัตว์หิมพานต์ และอสูรกาย เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีโมเดลจำลองทวีปทั้ง 4 ตามความเชื่อ และผนังที่ปุ่มกดไฟ LED นำเสนอขนาดของจักรวาลไตรภูมิ เปรียบเทียบกับมนุษย์ และโลกในปัจจุบัน

image.png

 

3. สุดแดนมนุษย์
โซนจำลองภพคู่ขนานก่อนที่จะได้รับการตัดสินความดีความชั่ว ซึ่งเป็นสถานที่อยู่ของสิ่งมีชีวิตรูปแบบอื่นๆ นอกเหนือจากมนุษย์ เช่น เปรตไฟออกปาก เปรตก้อนเนื้อ ฯลฯ โดยจำลองตุ๊กตาอสูรกาย ให้สามารถหยิบเอาไปเล่นเรียนรู้กันได้